ยกฟ้องคดีร้องเพิกถอนประกาศสัมปทานแหล่งเอราวัณและบงกช

11.02.19 | 12:16 น.

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้องคดีร้องเพิกถอนประกาศสัมปทานแหล่งเอราวัณและบงกช ชี้เป็นอำนาจตามกฎหมายของคณะกรรมการปิโตรเลียม


เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีหมายเลขแดงที่ ฟร. 1/2562 ซึ่งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องคณะกรรมการปิโตรเลียม คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกันออกประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการ ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ขัดต่อกฎหมาย เอื้อประโยชน์แก่ผู้รับสัมปทานเดิม โดยขอให้ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม ดังกล่าว และกฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผล ว่า การสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมโดยการให้สัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการนั้น การได้ผลประโยชน์และภาระหน้าที่ของรัฐจะแตกต่างกัน ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตสามารถจูงใจผู้ประกอบการได้มากกว่าสัญญาจ้างบริการ และพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ได้ให้อำนาจคณะกรรมการปิโตรเลียมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่า ที่ใดสมควรดำเนินการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบใด ดังนั้นการที่คณะกรรมการปิโตรเลียมใช้ดุลพินิจกำหนดให้การสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมที่สามารถดำเนินการในรูปแบบสัญญาจ้างบริการเฉพาะในพื้นที่ที่มีการสำรวจพบเป็นปริมาณที่มากกว่าที่มีการค้นพบแล้วในประเทศไทย จึงมีเหตุผลสนับสนุนและไม่อาจรับฟังได้ว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งตามประกาศพิพาทกำหนดให้มีการทบทวนโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยทุกๆ 3 ปี โอกาสที่รัฐจะดำเนินการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัญญาจ้างบริการก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ส่วนกรณีกฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ. 2561 นั้น แบบของสัญญาตามกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยคดีนี้เป็นการฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุด ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองฯ มาตรา 11 (2) ที่ให้อำนาจศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎที่ออกโดยคณะรัฐมนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

โดยเมื่อ “ศาลปกครองสูงสุด” มีคำพิพากษามาแล้ว จึงถือเป็นที่สุดตามกระบวนการ ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีก คดีเป็นอันยุติด้วยผลคดียกฟ้อง

Advertisement