ขยายผลแก๊งแสร้งรักออนไลน์ ตัวการหญิงไทยร่วมไนจีเรีย เอาผิดโกงปชช.ยึดทรัพย์

13.02.19 | 16:01 น.

เมื่อเวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. แถลงผลการดำเนินการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกม ว่าจากการที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดีโรแมนซ์สแกมมาโดยตลอด และจากการสืบสวนขยายผลพบว่ายังมีคนร้ายบางคนยังไม่ถูกจับกุม ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ในประเทศมาเลเซีย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมมัติหมายจับต่อศาล จนสามารถจับกุม น.ส.กนกกาญจน์ ชาญกล้า อายุ 27 ปี ทำหน้าที่กดเงิน น.ส.นิศารัตน์ มะโนวรรณ อายุ 24 ทำหน้าที่รอรับเงินจากทางผู้เสียหาย นายพิทักษ์ ประชากุล อายุ 39 ปี ทำหน้าที่รับเงินจากผู้เสียหาย น.ส.กรรณิกา ถุงจันทร์ อายุ 26 ปี ทำหน้าที่โอนเงินให้ผู้สั่งการ น.ส.ณรินทร์ วงศ์เครือศร อายุ 26 ปี ทำหน้าที่โอนเงินให้ผู้สั่งการ และนายนาดูบูซี เคนเนท โอติ อายุ 40 ปี ชาวไนจีเรีย ทำหน้าที่โอนเงินให้ผู้สั่งการ เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นอั้งยี่ และร่วมกันฟอกเงิน


ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาเพียงข้อหาฉ้อโกงธรรมดา เป็นคดีที่ยอมความได้ กลุ่มผู้ต้องหาจะมีการตกลงค่าเสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้วกลับมากระทำผิดซ้ำอีกโดยมิได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. จึงได้มีการศึกษาแผนประทุษกรรมของคนร้ายพบว่ามีลักษณะกระทำกันหลายพื้นที่ โอนบัญชีเดียวกัน วิธีการหลอกลวงคล้ายกัน เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน จึงแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมและดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดอัน ยอมความมิได้ อีกทั้งได้นำเอามาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงินมาใช้กับกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบ ไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีกต่อไป สุดท้ายนี้ฝากเตือนไปยังประชาชนชาวไทย อย่าได้หลงเชื่อคนร้ายที่แฝงตัวมาเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หลอกลวงให้ตกหลุมรักและหลอกให้โอนเงินอีกทั้งอย่าได้ยินยอมมอบบัญชีธนาคารของตนเองให้กับคนร้ายเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะหากไม่มีคนไทยร่วมกระทำความผิดด้วยแล้ว ผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติก็ไม่อาจที่จะกระทำความผิดจนสำเร็จได้