เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.พร้อมตำรวจ สตม., ตำรวจท่องเที่ยว และชุด ศปอส.ตร.แถลงนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นจับกุมนายสุรวุฒิ สินธวาชีวะ อายุ 60 ปี น.ส.น้ำฝน อายุ 42 ปี สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาแก๊งปลอมดวงตราประทับวีซ่าในประเทศไทย ภายในบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ซีบีเอส เวิลด์ จำกัด เลขที่ 216/6 ซ แจ้งวัฒนะ 6 แยก 1-2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.พบของกลาง พาสปอร์ตต่างประเทศ จำนวน 722 เล่ม ตรายางหน่วยราชการ 24 อัน ตรายางบริษัทต่าง และเอกการสารอีกจำนวนมาก
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมีแรงงานสัญชาติพม่า ได้นำหนังเดินทางเลขที่ CC 7270593 มาที่ ตม.จังหวัดนนทบุรี เพื่อรายงานตัวตามกำหนด 90 วัน แต่จากการตรวจสอบสอบหนังสือเดินทางที่ออกโดย ตม.จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่พบว่ารอยตรายางที่ประทับมีความผิดปกติ จึงได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวอย่างละเอียด โดยส่งหนังสือเดินไปตรวจสอบที่ ตม.จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าหนังสือดังกล่าวไม่ได้ออกโดย ตม.จังหวัดนครสวรรค์

จากนั้นเจ้าหน้าจึงได้สืบสวนสอบสวน จนทราบว่าภายในบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศซีบีเอสฯ มีนายสุรวุฒิ น.ส.น้ำฝน สองสามีภรรยา และนายตัน สัญชาติพม่า เป็นผู้รับทำเอกสารปลอม เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้น พบของกลางจำนวนมาก ทั้งสองให้การรับสารภาพว่าทำมานานกว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายล้านบาท โดยจะได้ค่าจ้างในการปลอมเอกสารประมาณรายละ 1,500 ถึง 2,000 บาท โดยส่วนใหญ่จะปลอมในเรื่องของการต่ออายุหนังสือเดินทาง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เป็นการขยายผลจับต้นตอ ซึ่งในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะขยายผลการจับกุมเครือข่ายดังกล่าวอีกนับ 10 จุดทั่วประเทศ และจะสอบสวนขยายผลในเรื่องคดีที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์กับผู้ต้องหาทั้งหมดอีกด้วย ในส่วนของพาสปอร์ตที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด จะตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่าเป็นการปลอมแปลงขึ้นมา จะมีความผิดในฐานความผิดอื่นๆ เพิ่มเติม จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันปลอม และใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อจำหน่ายเป็นเบื้องต้น เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมจัดหางาน กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นได้สั่งยึดใบอนุญาตนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ ซึ่งมีผลทันที และจะแจ้งความเพิ่มเติมในคดีการปลอมแปลงตรายางเอกสารที่มีการแอบอ้างชื่อของเจ้าหน้าที่ที่เกษียอายุราชการแล้ว และเจ้าหน้าที่ยังรับราชการอยู่ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่ามีการปลอมเอกสารทำงานปลอมขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และจะแจ้งความเพิ่มเติมหากพบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับแรงงานอื่นๆ อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันปลอม และใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อจำหน่าย






