รู้ตัวแล้ว ‘3โจ๋หัวร้อน’ ขี่จยย.ไล่ทุบรถพ่อแม่ลูก อ้างถูกเฉี่ยวก่อน ตร.ชี้เข้าข้อหาโทษถึงคุก นัดคุย2ฝ่ายไกล่เกลี่ย

15.02.19 | 17:31 น.

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ ขณะกลับจากไปส่งของที่ร้านสะดวกซื้อ ในเขตประชานิเวศน์ 3 ถ.สามัคคี อ.เมืองนนทบุรี พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ต่อมาได้มีเรื่องกับวัยรุ่นแถวนั้นซึ่งอ้างว่าถูกรถส่งของอีกคันเฉี่ยวชนล้ม แต่ไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย โดยเจ้าของคลิปอ้างว่าเข้าไปช่วยเคลียร์ จึงถูกขับไล่ล่า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย คลิปเดือด! ‘โจ๋อันธพาล’ ขี่จยย.ไล่ล่ากระบะส่งของ พ่อแม่หนีตาย ลูกร้องลั่น ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวน จากคลิปวีดีโอที่โพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย นั้น ขณะนี้ทราบถึงตัววัยรุ่นชายทั้ง 3 รายที่ก่อเหตุแล้ว โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการนัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้มาพบในวันจันทร์ที่ 18 ก.พ.2562 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาให้กับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งจะดำเนินการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาผลร้ายในกรณีที่กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันทำลายทรัพย์สินของผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้พิสูจน์ทราบถึงคู่กรณีทั้งหมดแล้ว จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องมาพบ เพื่อสอบสวนปากคำและดำเนินคดีผู้ที่ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมา  อีกทั้งจะดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับฝ่ายผู้เสียหายเพื่อบรรเทาผลร้ายจากเหตุดังกล่าวตามขั้นตอน ซึ่งการกระทำดังกล่าวในเบื้องต้นของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุอาจจะเข้าข่าย ในฐานความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ มาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ขอประชาสัมพันธ์ถึงเยาวชนและประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนว่า เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเพื่อนร่วมทางจะตัดสินใจในการขับรถอย่างไร บางครั้งอาจจะขับรถไม่เป็นที่พอใจ เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ขอให้หลีกเลี่ยง ตั้งสติให้ดี และอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เมื่อเห็นว่าคู่กรณีกระทำความผิดจริงควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าตัดสินใจโดยพลการ เพราะอาจเกิดความสูญเสียไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สินหรือ ต่อชีวิต ร่างกาย ขึ้นได้ อย่าลืมว่าเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี ผิดถูกไปว่ากันที่โรงพัก เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทุกกรณีเกิดจากการใช้อารมณ์  เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้จริง สามารถนำหลักฐานด้วยการถ่ายภาพทะเบียนรถหรือหลักฐานอื่นๆ มาแจ้งที่โรงพัก หรือแจ้ง 191 หรือ 1599″รองโฆษกตร.กล่าว