เอ็นจีโอ-นักวิชาการพร้อมใจหนุนงดขายเหล้า 13 เม.ย.ทุกปี

18.02.19 | 13:24 น.

ตามที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2562 ให้เป็นวันงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะมีการเสนอชี้ขาดต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่จะพิจารณาในเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่สมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร มองว่ามาตรการดังกล่าวกระทบร้านอาหารไม่มาก เพราะคนนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเอง มีการกักตุนอยู่ดี ส่วนรายย่อยมองว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ควรไปเน้นเรื่องห้ามดื่มหรือมึนเมาขณะขับรถ หรือจัดที่พักให้ผู้ดื่มจนเกินมาตรฐานนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายคำรณ ชูเดชา  ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา  กล่าวว่า  เครือข่ายฯ พร้อมสนับสนุนมาตรการนี้  เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายฯ ในการเพิ่มมาตรการใหม่ เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก 5-6 ปีแล้วที่ไม่มีมาตรการใหม่ๆ เข้ามา ที่สำคัญข้อมูลทางวิชาการก็ชัดเจนว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะวันที่ 13 เมษายน จะเกิดผลกระทบรุนแรงมากที่สุด เพราะพบผู้เสียชีวิตสูงกว่า 100 รายเฉพาะวันเดียวเท่านั้น ถือว่าสูงสุดในช่วงสงกรานต์ โดยสาเหตุที่พบคือ อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ โดยเฉพาะการดื่มแล้วไม่พอ ก็จะขับรถไปหาซื้อ และเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง

นายคำรณ ชูเดชา

“ส่วนที่มีบางฝ่ายมองว่า ควรไปเน้นมาตรการอื่นๆ อย่างเมาไม่ขับ ก็มีการทำอยู่แล้ว ทั้งการตรวจรถ ตรวจเมาแล้วขับ ทำมา 3-4 ปีก็นิ่ง การลดอุบัติเหตุจากการดื่มเหล้าก็ไม่สามารถทำได้ จึงถึงเวลาแล้วที่ควรมีมาตรการใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งการกำหนดวันที่ 13 เมษายนให้งดขายเหล้า จะเป็นอีกมาตรการที่ช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ ส่วนที่จะมีคนถือขวดเหล้าเข้าร้านอาหาร เราย้ำเสมอว่า เราไม่ได้ต้องการมาตรการห้ามดื่ม แต่เราสนับสนุนการควบคุมปริมาณการดื่มไม่ให้มากจนเกินไป จนส่งผลอันตรายต่อชีวิต เพราะชัดเจนว่า ช่วงเทศกาลคนมักขับรถ ขับมอเตอร์ไซด์ไปซื้อเหล้าเพิ่มกันมาก ซึ่งเจออุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะถนนสายรองเจอปัญหามาก เราต้องป้องกันตรงนี้” นายคำรณ กล่าว  และว่า  ขอเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ จะพิจารณาผ่านเรื่องนี้ เพราะช่วงที่ผ่านมาไม่มีมาตรการใหม่ๆออกมาเลย การมีมาตรการห้ามจำหน่ายแค่วันเดียว คือ  13 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่อุบัติเหตุสูงสุด และสาเหตุหลักมาจากการมึนเมา ก็จะเป็นทางออกในการลดปัญหาได้

ด้าน นพ.ธนะพงศ์  จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.)  กล่าวว่า   ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยลดความสูญเสียจากคนเมาแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ออกมาเที่ยววันสงกรานต์แล้วซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกบ้าน  รวมไปถึงลดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทและการกระทำความรุนแรงที่มีเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากข้อมูลศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน ช่วง 7 วัน สงกรานต์ 2561พบว่าวันที่ 13 เมษายน เพียงวันเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน ตายมากกว่าช่วงปกติเกือบ 2 เท่า และตายมากกว่าค่าเฉลี่ย 7 วัน ซึ่งตายวันละ 59.71 คน และถ้ามองย้อนหลังไป 10 ปี เฉพาะวันที่ 13 เมษายน  มีการตายรวมกันแล้วถึง 754 คน

“ประเด็นสำคัญคือ 1 ใน 3 ของการตายในวันที่ 13 เมษายน  มีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30-35 หรือคิดเป็น20-30 คน สอดคล้องกับ ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ที่พบว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2555 – 2559 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจราจรทางถนนที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 44,590 คน คิดเป็นร้อยละ 32.5 โดยเฉพาะวันที่ 13 เมษายน มีผู้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตสูงสุด ส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุรา ที่สำคัญข้อมูลจากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต พบว่ากว่าครึ่ง หรือร้อยละ 53 มีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกฎหมายกำหนด ถ้าคิดเฉพาะวันที่ 13 เมษายน จะมีสัดส่วนสูงเกือบร้อยละ 60” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

Advertisement
นพ.ธนะพงศ์  จินวงษ์

นพ.ธนะพงศ์   กล่าวว่า  นอกจากนี้ เกือบ  2 ใน 3 ร้อยละ 62.1  ของการบาดเจ็บและตายจากการดื่มแล้วขับจะพบในช่วงเย็น-กลางคืน เพราะแนวโน้มการเล่นน้ำจะขยับมาเล่นในช่วงเย็นไปจนถึงตอนกลางคืนมากขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายในงาน ที่สำคัญกลุ่มที่มาเที่ยวงานนอกจากคนวัยทำงานก็มีเด็กและวัยรุ่นร่วมด้วย  ข้อมูลสงกรานต์ 2561 ยังพบอีกว่า 1 ใน 4 ของผู้บาดเจ็บที่มีการดื่มแอลกอฮอล์เข้ารับการรักษาพยาบาล ในวันที่ 13 เมษายน จำนวน 1,958 ราย จากยอดรวม 7,893 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 24.8 และในจำนวนนี้ เป็นเด็กและเยาวชนถึง 1,494 ราย  ทั้งนี้ จะพบว่าส่วนใหญ่ของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการดื่มและเมาแล้วขับ จะดื่มแอลกอฮอล์นอกบ้าน

“มาตรการห้ามขายเหล้า วันที่ 13 เมษายน  ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ตรวจจับคนดื่มขับเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการสูญเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะลดการเสียชีวิตจากดื่ม/เมาขับ ได้ไม่น้อยกว่า 20 รายและลดการบาดเจ็บได้ไม่น้อยกว่า 150-200 ราย รวมไปถึงลดผู้พิการ 5-10 ราย เพราะผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ร่วมกับเที่ยวงานรื่นเริงต่าง ๆ ในช่วงเย็นและค่ำ เช่น เวทีหมอลำซิ่ง คอนเสิร์ต มิดไนท์สงกรานต์ ฯลฯ  ไม่นับรวมการสูญเสียจากค่าใช้จ่ายด้านคดีความ ทรัพย์สินเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ที่สำคัญคือ ทำให้เทศกาลสงกรานต์และวันของครอบครัวได้มีความสุข” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว