นักวิชาการตบเท้าร่วมประชุมโฟกัสกรุ๊ปร่างกม.ลูกนิรโทษครอบครองกัญชา ห่วงหลังละเว้นโทษ 90 วัน ผู้ป่วยไร้กัญชาใช้ เหตุรัฐผลิตไม่ทัน ลั่นปัญหา บ.ต่างชาติขอสิทธิบัตร สบช่องใช้โอกาสร่วมนิรโทษด้วย หมอธีระวัฒน์ ขออย. ผ่อนคลายกม.ให้ชมรมใต้ดินปลูกได้ เหตุระเบียบที่ออกคือปิดทางชัดเจน ด้าน อย. รวบรวมผลความคิดเห็นชง กก.ยาเสพติดให้โทษพิจารณา 22 ก.พ. พร้อมคอนเฟอเร็นซ์สสจ.ทั่วปท.ทำความเข้าใจการบังคับใช้กฎกระทรวงสัปดาห์หน้าพร้อมกันทั่วประเทศ
ตามที่พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีประเด็นคลายล็อกการใช้กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะต้องเป็นผู้ออกกฎระเบียบรองรับ โดยจัดทำเป็นกฎหมายลูก และร่างกฎหมายลูกที่ถูกให้ความสนใจ คือ ร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชา 90 วัน หากเข้ามาแจ้งกับทาง อย. จะไม่ต้องรับโทษ ซึ่งอย.จัดทำร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ และประชาพิจารณ์ผ่านทางเว็บไซต์ และสอบถามความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษที่เพิ่มสัดส่วนใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นั้น
นิรโทษครอบครองกัญชา-ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จัดการประชุมและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 โดยได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการวิจัยพัฒนากัญชาทางการแพทย์เข้าร่วม อาทิ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ
ผศ.ภญ.นิยดา กล่าวว่า จริงๆก็ดีใจที่อย่างน้อย อย.ได้เร่งออกกฎกระทรวงขึ้นมา ซึ่งสอดคล้องกับพ.ร.บ.ฉบับใหญ่ แต่ก็มีรายละเอียดที่รู้สึกเป็นห่วง อย่างเรื่องกรณีเรื่องสิทธิบัตร ในประกาศนิรโทษกรรม 3 ฉบับ จะมีส่วนไหนที่สามารถกำหนดว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรจะไม่เข้ามาสู่นิรโทษกรรม เพราะกังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้บริษัทต่างชาติหรือไม่ เนื่องจากประเด็นการยื่นขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้าว่า สรุปได้ยกเลิกไปแล้ว และบริษัทพวกนี้จะมีการอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
นายปานเทพ กล่าวว่า ประเด็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้ครอบครองและผู้ป่วยที่แอบใช้ใต้ดิน ให้สามารถกลับมาอยู่บนดิน เข้าสู่ระบบ และใช้ต่อเนื่องจากอาการเจ็บป่วยของตัวเอง แต่ทั้งหมดต้องขออนุญาตภายใน 90 วัน แต่ปัญหาคือ ใน 90 วันผู้ป่วยจะถูกกำหนดในเรื่องข้อบ่งใช้ เป็นข้อจำกัดมากน้อยแค่ไหน หากไม่ทำให้ชัดเจน ผู้ป่วยก็จะไม่กล้ามาขึ้นทะเบียน สุดท้ายก็ลงใต้ดินอีก จึงต้องเปิดกว้างในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ทราบว่าบุคคลเหล่านี้ใช้อยู่ที่ไหน และการใช้เป็นอย่างไร นอกจากนี้ ในเรื่องการครอบครองและการใช้ใน 90 วัน ยังมีคำถามว่า หากภาครัฐผลิตไม่ได้หลังจาก 90 วันจะทำอย่างไร ทั้งเรื่องคุณภาพ ปริมาณการใช้ หากไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดข้อวิตกว่า หากใช้หมดสต๊อกที่มีอยู่จะทำอย่างไรต่อ และผู้ผลิตที่ผลิตให้ผู้ป่วยทุกวันนี้จะกล้ามาลงทะเบียนหรือไม่ เพราะหากจะปลูกใหม่ก็ต้องขออนุญาตทำร่วมกับรัฐ ต้องเป็นวิสาหกิจชุมชนเท่านั้น ซึ่งกฎกระทรวงก็ไม่ชัดเจนว่า จะมีอะไรรองรับใน 90 วันจริงหรือไม่ หากไม่ทันก็จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตแน่นอน
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ที่กังวล คือ ชมรมใต้ดิน ซึ่งตนขอเรียกว่าชมรมกลุ่มคนจิตอาสาที่ปลูกกัญชาและให้ผู้ป่วยใช้นั้น หากจะให้พวกเขามาขึ้นทะเบียน ก็ต้องผ่อนคลายข้อกฎหมายในการขึ้นทะเบียนเพื่อให้พวกเขาสามารถปลูกได้อีกครั้ง เพราะหากไม่ทำ จากการพิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ไม่มีทางเปิดช่องให้พวกเขาแน่นอน ดังนั้น อย.ควรมีการผ่อนคลายข้อกฎหมาย อาจเขียนเพิ่มเติม หรือมาตราใดมาตราหนึ่งในร่างกฎกระทรวง เพื่อให้พวกเขาสามารถปลูกได้เช่นเดิม และเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ต้องรวมกลุ่ม เพียงแต่ต้องมีการควบคุม มีการขึ้นทะเบียนกับทางสภาเกษตรกร และให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ดูแล
ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า สำหรับวันนี้ อย.ได้จัดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายลูก 3 ฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเร่งด่วนตามมาตรา 22 เรื่องผู้ครอบครองกัญชาก่อนหน้าพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษให้ไม่ต้องรับโทษ เรียกสั้นๆว่าเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชา โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งนี้ ได้นำเสนอร่างกฎหมายลูก 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับผู้ครอบครองกัญชา 3 กลุ่ม คือ กลุ่มองค์กร มหาวิทยาลัย นักวิจัย แพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน กลุ่มผู้ป่วย และกลุ่มบุคคลอื่นๆ ซึ่งบรรยากาศผ่านไปด้วยดี เพราะเป็นการเสนอความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ว่า จะทำอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านจากพ.ร.บ.เก่ามาสู่พ.ร.บ.ใหม่ และต้องมีกฎหมายลูกในการบังคับใช้ผ่านไปด้วยดี และก่อประโยชน์ทั้งผู้ป่วย ต่อประเทศชาติ ต่อระบบการใช้กัญชาทางการแพทย์
“ในการรับฟังความคิดเห็นมีข้อห่วงใยต่อผู้ป่วยที่จะได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และเรื่องระบบการพัฒนาห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การควบคุม ทั้งอุปสงค์อุปทานให้เพียงพอต่อการเปลี่ยนผ่าน จนกว่าการพัฒนากัญชาทางการแพทย์จะสมบูรณ์ ซึ่งยังมีข้อเสนอในการพัฒนาบุคลากร ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ที่จะมาดูแลผู้ป่วยต่อไปให้มีคุณภาพมาตรฐานที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ยังกังวลในส่วนบุคคลจิตอาสา เพราะพยายามช่วยกันดูว่า กลุ่มนี้มีเจตนาดีจะสามารถเข้าสู่ระบบนี้ได้อย่างไร” นพ.ธเรศ กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นอกจากจะมีการประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษแล้ว ในช่วงบ่ายจะมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กฎกระทรวงดังกล่าว พร้อมทั้งเตรียมพร้อมเก็บของกลางเพื่อทำลายต่อไป แต่หากส่วนไหนไม่พร้อมสามารถส่งมายัง อย. ส่วนกลาง จะมีคลังเก็บให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแจ้งการถือครองกัญชาของกลุ่มบริษัทต่างชาติที่เคยยื่นขอจดสิทธิบัตร จะทำได้หรือไม่ และจะเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มนี้หรือไม่อย่างไร นพ.ธเรศ กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่ได้รับนิรโทษ จะมีกลุ่มตามม. 26/5 ซึ่งอยู่ในหน่วยงานภาครัฐ แพทย์แผนไทยแผนปัจจุบัน มหาวิทยาลัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่เข้าตามข้อยกเว้นตามประกาศที่ 1 แต่จะเข้าในข้อยกเว้นประกาศที่ 3 แต่กลุ่มนี้เมื่อมาแจ้งตามกฎหมายต้องยึดของกลาง ดังนั้น ในระบบไม่ได้ออกแบบเอื้อให้กับกลุ่มนี้ ดังนั้น บริษัทต่างชาติที่เคยมาขอจดสิทธิบัตรก็ไม่น่าจะเข้าข่ายทั้งหมด
เมื่อถามว่าหลังนิรโทษ 90 วันผู้ป่วยจะมีกัญชาใช้หรือไม่ และจะมีแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทยที่สามารถวินิจฉัยการรักษาด้วยกัญชาได้จริงหรือไม่ อย่างไร นพ.ธเรศ กล่าวว่า ได้นำเสนอเรื่องนี้ที่ประชุมผู้บริหาร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้กรมการแพทย์ และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในการพัฒนาหลักสูตรผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และแพทย์แผนไทยให้มารองรับตรงนี้ให้ทัน ซึ่งทางหลักสูตรทางกรมที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมอยู่แล้ว และหลักสูตรการอบรมก็ไม่ได้ยาวไม่เกิน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็สามารถขึ้นทะเบียนได้ แต่ขอย้ำว่า ในประกาศที่ 2 เกี่ยวกับผู้ป่วยเขียนชัดแล้วว่า หากมีความจำเป็นจนกว่าจะได้รับการรักษาจากแพทย์ ปริมาณกัญชาที่ครอบครองอาจใช้เกิน 90 วันได้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบ

