เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และคณะนายตำรวจ เข้าพบเยี่ยมคาราวะ พล.ต.ท.ออง วีน อู (Pol.Lt.Gen.Aung Win Oo) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมียนมา พร้อมคณะของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และเพื่อหารือเชิงนโยบายในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ความผิดเกี่ยวกับคนเข้าเมือง และอาชญากรรมที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศตามพื้นที่แนวพรมแดน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมา ได้มีข้อหารือในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย ด้านการประสานงานความร่วมมือกรณีคนเมียนมากระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมืองของไทย ทั้งสองประเทศจะมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย การประสานการปฏิบัติความร่วมกันในการป้องกันการนำเข้าตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ซึ่งฝ่ายไทยและเมียนมา พร้อมให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประสานด้านการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวชายแดน การหารือในการลาดตระเวนร่วมของหน่วยกำลังทั้งสองฝ่าย ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยตามแนวชายแดนรวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ ต้องมีการแลกเปลี่ยนกันการเยือนกันโดยจัดกิจกรรมร่วมกันเช่น แข่งกีฬา การทัศนศึกษา การประสานงานความร่วมมือเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจยานพาหนะที่ผ่าน เข้า – ออก ชายแดน รวมทั้งฝ่ายไทยยังขอความร่วมมือให้ฝ่ายเมียนมาในการรณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควันอีกส่วนหนึ่งด้วย
“การไปเยือนคณะ ตำรวจเมียนมาในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการยกระดับความสัมพันธ์อันดีของ ตำรวจทั้งสองประเทศอย่างจริงจัง รวมทั้งเพื่อเป็นการให้คำมั่นสัญญาในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นการกระดับการปฏิบัติงานร่วมกัน เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน อาทิเช่น การส่ง ตำรวจเมียนมาไปเรียน ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ การเข้าร่วมแข่งขันยิงปืนต่างๆ เป็นต้น อีกทั้งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้ประกาศกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ซึ่งเป็นนโยบายบริหารราชการหลัก ของ ผบ.ตร. ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และสนองนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลซึ่งกำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างประเทศตามแนวชายแดน เช่น การลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมอื่นๆ จากสถิติคดีตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรอบ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 61 ประกอบด้วย พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ พ.ร.บ.ศุลกากร และ การโจรกรรมรถยนต์”รองโฆษกตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ตลอดการหารือทั้งสองฝ่ายได้ตระหนักถึงปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงร่วมกัน และเห็นชอบร่วมกันให้มีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันด้านต่างๆ โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ ให้สอดคล้องกับปัญหาอาชญากรรม และด้านความมั่นคง รวมทั้งเพิ่มความร่วมมืออย่างจริงจังในการจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ความร่วมมือกันในการแก้ปัญหา ด้านแรงงาน และกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของทั้งสองประเทศ


