แฉ “พลเอก” ดังรุกป่าเขาปางก่อ-ป่าวังชมภู จับคนขับพร้อมยึดแบ๊กโฮ
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานการปฏิบัติ (ศปป.) ที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบรถแบ๊กโฮ กำลังขุดปรับพื้นที่บนภูเขาในพื้นที่ป่าหลังหมู่บ้านพนานิคม หมู่ 10 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พบรถแบ๊กโฮ 2 คัน กำลังขุดดินบริเวณบนภูเขา จึงสั่งให้หยุดทำงาน และร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ ในระหว่างนั้นได้มีนายทหารนอกราชการยศ พล.อ. ได้มาแสดงตนกับเจ้าหน้าที่ว่าที่ดินที่รถแบ๊กโฮ กำลังขุดปรับพื้นที่อยู่นั้นเป็นของตนเอง และเป็นผู้ว่าจ้างรถแบ๊กโฮ ของบริษัทเพชรประสิทธิ์ มาดำเนินการดังกล่าวได้ 2 วัน แล้วพร้อมทั้งได้ยื่นสำเนาหลักฐานโฉนดที่ดิน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรวม 3 ฉบับ

คณะเจ้าหน้าที่จึงได้จับค่าพิกัดพื้นที่ที่รถแบ๊กโฮขุดปรับดิน พบว่าบุกรุกออกนอกโฉนดที่ดิน ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และป่าวังชมภู และป่าถาวรหมายเลข 22 จึงร่วมกันจับกุมและตรวจยึดพื้นที่ และรถแบ๊กโฮสีเหลือง รวม 2 คัน ยี่ห้อแคท 1 คัน และยี่ห้อโคมัสสุ 1 คัน และจับกุมผู้ต้อง จำนวน 2 คน คือนายธีระพนธ์ บุญเกิด อายุ 51 ปี อยู่เลขที่ 157 หมู่ 11 ต.บ้านโคก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และนายบันเทิง จ้อยจำปา อายุ 31 ปี อยู่เลขที่ 68/1 หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พร้อมตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 1-0-32 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 162,000 บาท
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า ผู้ต้องหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54, ม.55 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 จึงแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถแบ๊กโฮ และควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คนนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ดำเนินคดี ส่วนรถแบ๊กโฮของกลางได้นำไปเก็บรักษาที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.20 (วังชมภู) ส่วน พล.อ.นอกราชการ ได้หลบไประหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสาร แต่จะเรียกตัวมาสอบสวนภายหลัง
“เรื่องของเรื่องก็คือ ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้า จึงได้ร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่จึงประสานมาที่ผมว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อลงพื้นที่ชาวบ้านมาบอกพอดีว่า วันนี้มีการเอารถแบ๊กโฮ มาขุดไถ ปรับหน้าดิน ทำถนนอยู่พอดี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ก็พบรถแบ๊กโฮ 2 คันกำลังทำงานในพื้นที่จริงๆ จึงสั่งให้รถหยุดทำงาน ในตอนนั้นมีชายใส่เสื้อสีน้ำเงินอ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ และบอกว่าที่ดังกล่าวนี้เป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ พร้อมทั้งเอาโฉนดมาแสดง และแนะนำตัวเองว่าเป็นนายทหารมียศระดับนายพลเอก ผมจึงบอกว่า ไม่เป็นไรครับ ยังไงขออนุญาตตรวจสอบพิกัด ท่านจึงอนุญาตให้ตรวจสอบ หลังจากนั้นจึงขอตัวออกจากพื้นที่ไป” พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว

พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เมื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัด กลับพบว่า พื้นที่ที่รถแบ๊กโฮกำลังไถทำงานอยู่นั้นออกนอกแนวที่ดินที่เป็นเอกสารสิทธิ ออกมาจำนวนมาก คิดเป็นระยะหน้ากว้าง 6 เมตร ยาวกว่า 200 เมตร เข้าเขตแนวป่าไปไกลมากจึงสั่งจับกุมคนขับรถแบ๊กโฮทันที และคนขับรถก็ให้การด้วยว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทหารคนดังกล่าว
“สำหรับการจับกุมคนขับรถแบ๊กโฮนั้น เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า เข้าจับกุมได้ทันที และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหารุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนี้ คนขับรถแบ๊กโฮ ก็ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้รับการว่าจ้างจาก พล.อ.อารียะ อุโฆษกิจ ซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อดีตผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เจ้าของพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกหมายเรียก ให้ พล.อ.อารียะ เข้ามาให้ปากคำต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของการเข้าไปตรวจสอบต่อจากนี้ เนื่องจากมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนด้วยว่ามีนายพลคนหนึ่งออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของชาวบ้าน หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบด้วยว่าเอกสารสิทธิที่ พล.อ.อารียะ ครอบครองครองอยู่นั้นได้มาโดยชอบหนือไม่” พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว

