สภาเกษตรกรเล็งหาทางออกจิตอาสาใต้ดิน มีโอกาสปลูกกัญชาต่อ เหตุกม.อย.เข้ม!

23.02.19 | 17:35 น.

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กำชับว่า หลังจากร่างประกาศนิรโทษการครอบครองกัญชามีผลบังคับใช้  90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นหากจะเข้าสู่ระบบจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข ไม่ใช่ทุกคนจะปลูกอย่างเสรีได้นั้น

อ่านเพิ่มเติม >>

ประกาศ! ใครมีกัญชาแจ้งครอบครอง 26 ก.พ.นี้ไม่รับโทษ!! ลั่นอย่าเข้าใจผิดไม่ได้ปลูกเสรี

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกร จ.ลำปาง กล่าวว่า ในส่วนของสภาเกษตรกรฯ ก็จะเข้าแจ้งการครอบครองกัญชา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด เนื่องจากมีเครือข่าวที่จำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาผู้ป่วยประมาณ 4-5 เครือข่าย มีผู้ป่วยที่ต้องใช้กัญชาหลายร้อยคน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะส่งทีมเจ้าหน้าที่ของสภาฯ ลงไปตรวจสอบว่ามีผู้ป่วยจำนวนเท่าไหร่ที่ต้องใช้กัญชา และป่วยเป็นโรคอะไร รวมทั้งต้องมีการประสานกับทางหน่วยงานวิจัย องค์กรทางการแพทย์ หรือทางแพทย์เพื่อมารับรองการนำไปใช้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถขออนุญาตใช้ได้ ซึ่งแน่นอนว่า ทางสภาเกษตรกรฯ มีเครือข่ายทางการแพทย์ที่หารือร่วมกันในการวิจัยพัฒนาและผลิตกัญชาเพื่อทางการแพทย์ แต่สำหรับกลุ่มรายย่อยน่าจะค่อนข้างลำบาก

“จึงมองว่าช่วงเวลา 90 วันที่ทาง อย.ให้ไปแจ้งการครอบครอง ชมรมจิตอาสาอาจไม่กล้าขอแจ้งขึ้นทะเบียนกับอย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ที่ได้รับมอบหมาย เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีกัญชา เมื่อไปแจ้งกับทางอย.แล้วจะได้ปลูกกัญชาเพื่อนำไปให้ผู้ป่วยได้ต่อ แต่ต้องมีเงื่อนไข เพราะแม้จะรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน แต่ก็ต้องมีส่วนราชการ หรือแพทย์ องค์กรวิจัย องค์กรรัฐมาร่วมกันทำงาน เพื่อรับรองว่า กัญชาที่ปลูกไปนั้นจะไปที่ไหนและจะเอาไปใช้ในผู้ป่วยกี่รายๆ เหมือนอย่างสภาเกษตรกรฯ เมื่อไปขึ้นทะเบียนก็จะต้องแนบเหตุผลด้วยว่า จำเป็นจริงๆในการดูแลผู้ป่วยอย่างไรด้วย มีหน่วยงานวิจัย หรือส่วนราชการใดร่วมมือกัน” นายประพัฒน์ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ชมรมใต้ดินที่มีการปลูกกัญชาอาจไม่กล้าขึ้นทะเบียน หรือขึ้นบนดิน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะร่วมกับทางสภาเกษตรกรฯ นายประพัฒน์ กล่าวว่า ก็พยายามหาทางอยู่ ซึ่งหากบุคคลใดปลูกกัญชา ก็ต้องมีเหตุผลด้วยว่า ปลูกเพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์ รักษาคนในครอบครัว หรือรักษากลุ่มใด ชมรมใด ก็สามารถรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน แล้วไปที่เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ หรือกรมส่งเสริมการเกษตร แล้วเข้าไปหารือกับส่วนราชการเช่น อบต. อบจ. หรือหน่วยราชการของรัฐต่างๆ พร้อมกับสถาบันการศึกษาที่มีคณะแพทย์ศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์  คณะทันตแพทยศาสตร์ เพื่อที่จะเตรียมการทำโครงการเสนอ โดยต้องพยายามขึ้นทะเบียนให้เสร็จภายใน 30 วัน  อีก 60 วันสามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ ส่วนที่จะร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็ต้องเข้ามาเป็นสมาชิกก่อน ซึ่งก็ต้องมีเงื่อนไขตามที่กำหนด ขอให้ไปปรึกษากับทางสภาเกษตรฯในแต่ละจังหวัดได้

“ความซับซ้อนขั้นตอนการขึ้นทะเบียนนั้น สภาเกษตรกรฯจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเป็นพี่เลี้ยงและกระจายข่าวให้เข้าถึงเกษตรกรให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งจะเข้าประสานมหาวิทยาลัยที่มีคณะแพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตกรรมศาสตร์ เป็นต้น ตามที่กฎหมายกำหนด  โดยในส่วนภาคกลางทางสภาฯ จะประสานมหาวิทยาลัยรังสิตโดยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น. จะเข้าพบ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนภาคอื่นๆ ก็จะประสานมหาวิทยาลัยต่างๆ ต่อไป” นายประพัฒน์ กล่าว

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต  กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยรังสิตสามารถวิจัยพัฒนากัญชาเพื่อทางการแพทย์ได้ และขณะนี้อยู่ระหว่างวิจัยพัฒนาเรื่องการบำบัดรักษามะเร็ง โดยอยู่ระหว่างการทดลองในหนู คาดว่าจะมีความคืบหน้าผลการศึกษาเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตาม แต่ในส่วนของการผลิตเพื่อจำหน่ายคงต้องมาหารืออีกทีว่า จะร่วมมือกับภาครัฐอย่างไร ขณะที่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ที่จะมีการหารือร่วมกับทางสภาเกษตรกรฯ นั้นก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นลักษณะไหน คงต้องหารือเพื่อดูกรอบว่าจะดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างไรก่อน จริงๆ แล้วที่น่าจะเป็นอุปสรรคคือ ผู้ใช้กัญชาใต้ดินนั้น ก็กังวลว่า หากมาแจ้งการครอบครองจะถูกยืดกัญชา และสุดท้ายก็จะส่งผลต่อผู้ป่วยขาดกัญชาในการใช้บำบัดรักษาโรคของตน

“ประเด็นคือ หากรัฐจะกวาดสต๊อกเก่า และรัฐผลิตกัญชาให้ผู้ป่วยได้ทันหรือไม่ ยังเป็นคำถามอยู่ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่ทางอย.ต้องคำนึงว่า และต้องทำให้องค์การเภสัชกรรม(อภ.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลิตกัญชาออกมาให้ผู้ป่วยให้ทันภายในช่วง 90 วัน กล่าวคือ เมื่อพ้นช่วงนิรโทษแล้ว ต้องมีกัญชาพร้อมแล้ว หากไม่มีอะไรยืนยัน ผู้ป่วยใต้ดินก็คงไม่กล้าขึ้นมาบนดิน ขณะที่ผู้ปลูกก็ไม่กล้าด้วย  ซึ่งจุดนี้ต้องเตรียมพร้อมกรณีหากพ้นนิรโทษ 90 วัน แล้วกัญชาไม่มีให้ผู้ป่วยจะทำอย่างไร อาจต้องเปิดช่องการนำเข้าในช่วงต้นเท่านั้น เพื่อป้อนผู้ป่วยหรือไม่ แต่เห็นว่า อย.ได้เพิ่มรายละเอียดในร่างกฎหมายลูกให้ไม่ต้องทำลายของกลาง แต่ให้ไปศึกษาวิจัยว่าสามารถใช้พัฒนาหรือสกัดเป็นยาได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ดี ถือเป็นทางลัดให้ผู้ป่วยได้ใช้ต่อไป แต่ต้องย้ำว่า ต้องเป็นกัญชาที่มีคุณภาพ ไม่มีสารพิษ สารโลหะหนักปนเปื้อนด้วย” นายปานเทพ กล่าว