เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค(คร.) นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดี
กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการเตรียมพร้อมมาตรการกำจับและควบคุมลูกน้ำยุงลายในช่วงหน้าฝน ว่า ช่วงสัปดาห์นี้เป็นช่วงเปิดภาคเรียนของโรงเรียนต่างๆ โรคที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือโรคไข้เลือดออก ประกอบกับที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นห่วงสุขภาพของเด็กๆ และได้กำชับให้ทุกโรงเรียนเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม โดยเฉพาะการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–10 พฤษภาคม 2559 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ 16,830 ราย เสียชีวิต 14 ราย ส่วน 10 จังหวัดแรกที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ระยอง ภูเก็ต สมุทรสาคร ศรีสะเกษ ตราด นครปฐม สมุทรปราการ สงขลา และสุรินทร์ นอกจากนี้ยังพบว่า กรุงเทพฯ ยังมีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดของประเทศ คือ 3,482 ราย
นพ.อำนวย กล่าวว่า ที่ผ่านมาคร. มีมาตรการในควบคุมและกำจัดลูกน้ำยุงลายมาตลอด แต่ล่าสุดมีความสำเร็จของทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการทำหมันยุงลาย โดยค้นพบเชื้อแบคทีเรียโวลบาเกียที่อาศัยในยุงลายสวน ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้การสืบพันธุ์ในยุงเพศผู้ที่มีเชื้อกับยุงเพศเมียที่ไม่มีเชื้อล้มเหลว ทำให้แม้การฟักไข่แต่ละครั้ง ซึ่งมีถึง 500 ฟองฝ่อในที่สุด ซึ่งในธรรมชาติยุงลายบ้านจะไม่มีเชื้อโวลบาเกีย แต่จะพบเชื้อในยุงลายสวน จากการศึกษาทดลองในห้องปฏิบัติการ ทำให้สามารถสกัดเชื้อโวลบาเกียจากยุงลายสวน จากนั้นนำเชื้อฉีดใส่ในตัวยุงลายบ้าน และนำไปฉายรังสีอีก ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าว คร.พร้อมสนับสนุน เนื่องจากเป็นอีกวิธีที่จะช่วยควบคุมยุง พาหะของโรคไข้เลือดออกได้
“ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด มี นพ.วิชัย สติมัย นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ คร. เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อพิจารณาสาระสำคัญ ข้อมูลวิชาการ และรูปแบบของการทดลองวิจัยว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบ เนื่องจากทีมวิจัยมหิดล เตรียมนำยุงดังกล่าวไปปล่อยในพื้นที่ทดลองที่ต. หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จึงต้องมีการเตรียมพร้อมในพื้นที่ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความแตกตื่น เพราะไม่เข้าใจ และกังวลว่า มีการปล่อยยุง ซึ่งตรงนี้คณะทำงานจะเข้าไปช่วยกับทีมวิจัยอีกทางหนึ่ง” นพ.อำนวยกล่าว
นพ. วิชัย กล่าวว่า จากการประชุมของคณะทำงาน เห็นว่าเรื่องการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ทดลองเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องมีทั้งหมู่บ้านทดลอง และหมู่บ้านควบคุม เพื่อนำมาเปรียบเทียบผลสำเร็จด้วย ที่สำคัญตัวหมู่บ้านทดลองนั้น จะต้องทำการลดปริมาณยุงในพื้นที่ลงก่อน โดยสัดส่วนทั่วไปให้เหลือ ยุง 10 ตัวต่อ 1 บ้าน และจากนั้นจึงค่อยปล่อยยุงที่เป็นหมันจำนวน 100 ตัวต่อ 1 บ้าน ซึ่งเป็นอัตราที่มีผลวิจัยรองรับแล้วว่า เหมาะสมแก่การศึกษาวิจัยปริมาณยุง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องเข้าไปสร้างความเข้าใจกับทางชุมชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลว่า มีการปล่อยยุงในพื้นที่ เพราะยุงชนิดนี้จะไม่เกิดผลกระทบ และจะไม่กระจายไปหมู่บ้านอื่น เนื่องจากปกติยุงจะบินในระยะทาง 50-100 เมตร จะไม่บินไปไกลเกิน และยุงที่ปล่อยใหม่เมื่อถูกฉายรังสีก็ทำให้อายุสั้นลงเหลือ 1 สัปดาห์ จาก2-3 สัปดาห์ เบื้องต้นทีมวิจัยจะปล่อยยุงช่วงเดือนมิถุนายนนี้ และจะประเมินร่วมกันอีก 3 เดือนและ 6 เดือน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหมู่บ้านทดลองยังจำเป็นต้องมีมาตรการกำจัดลูกน้ำยุงลายหรือไม่ นพ.วิชัย กล่าวว่า จำเป็น ต้องทำควบคู่กัน เพื่อให้ลดปริมาณยุงทำได้ยิ่งดี

