เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการเตรียมออกร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม ว่า ร่างประกาศกระทรวงฯ ทั้ง 3 ฉบับ ได้ยื่นเสนอ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อลงนามในร่างประกาศฯ โดยคาดว่าวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ จะทราบว่ามีการลงนามแล้วหรือไม่ ซึ่งหากลงนามแล้วก็สามารถส่งไปยังราชกิจจานุเบกษาเพื่อออกประกาศในการบังคับใช้ได้ทันทีในสัปดาห์หน้า สำหรับการเตรียมแจ้งการครอบครองนั้น อย.ก็มีความพร้อมดำเนินการหลังจากออกประกาศ ส่วนคลังที่จะใช้เก็บกัญชาของกลางก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน โดยร่างประกาศกระทรวงฯ ก็เปิดช่องให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการวิจัยต่อได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการนำกัญชาไปแจ้งครอบครอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นพ.ธเรศ กล่าวว่า หากผู้ครอบครองรายใดเป็นผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ จะให้แจ้งจำนวนที่ครอบครองแล้วให้นำกลับ ส่วนหน่วยราชการที่ครอบครองจะให้แจ้งและนำกลับไปเพื่อใช้ประโยชน์ต่อ เช่น วิจัย หรือใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยต่อ แต่หากเป็นบุคคลทั่วไป เมื่อนำไปแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่จะเก็บยึดไว้ เพื่อรอทำลาย หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อการวิจัยหรือทางการแพทย์จะมีคณะทำงานพิจารณาอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ได้คาดการณ์หรือไม่ว่าจะมีการแจ้งครอบครองกัญชาจำนวนเท่าใด นพ.ธเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบจำนวน และไม่ทราบว่าใครครอบครองบ้าง ณ ขณะนี้เพียงแต่เปิดให้มีการแจ้งเข้ามาเท่านั้น
เมื่อถามถึงกรณีการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เตรียมสนับสนุนเกษตรกรปลูกกัญชา นพ.ธเรศ กล่าวว่า หาก ยสท.จะดำเนินการ ก็ต้องมาขออนุญาต ซึ่งหลักการก็สามารถมาขออนุญาตได้ ทั้งในส่วนของผู้ปลูกหรือผู้วิจัย ก็ต้องยื่นรายละเอียดมาว่าจะดำเนินการในลักษณะใด แต่จุดประสงค์ของการมาขออนุญาตต้องชัด ซึ่งกฎหมายใหญ่ก็กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือการวิจัย คงไม่สามารถมาขออนุญาตเพื่อทำอย่างอื่นหรือเพื่อการสูบได้
เมื่อถามอีกว่า หากมาขออนุญาตต้องรอกฎกระทรวงฉบับใหม่ออกก่อนหรือไม่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า จริงๆ มีกฎกระทรวงฉบับเก่าเรื่องของการใช้ประโยชน์อยู่ คงต้องขอไปดูรายละเอียดก่อนว่า สามารถมาขออนุญาตได้เลยหรือไม่อย่างไร

