ล้อมคอกช่างกลแทงขาสั้นบนรถเมล์ “จักรทิพย์” จี้จับ 2สถาบันคุยหย่าศึก ส่งตำรวจคุมเข้ม

25.02.19 | 09:20 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ บนรถประจำทางสาย 180 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิด ท้องที่ สน.ท่าเรือ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ผู้ต้องหา อายุ 17 ปี มากับเพื่อนสาวอายุ 16 ปี ขึ้นรถที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 3 ขับตามเส้นทางถึงป้ายรถเมล์หน้ากรมศุลกากร ได้มีผู้ตาย อายุ 18 ปี ขึ้นรถเมล์มานั่งที่เบาะหลังรถทางด้านหลังผู้ก่อเหตุ เมื่อรถเมล์ผ่านด่านเก็บเงินขึ้นทางด่วน ผู้ตาย ลุกเดินไปถามผู้ก่อเหตุ และได้ชกไปที่ผู้ก่อเหตุ จึงเกิดการชุลมุนกัน ผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดที่พกติดตัวมาแทงผู้ตาย บริเวณด้านหลังเป็นแผล 5-6 แผล เพื่อนสาวที่นั่งมาด้วยกับผู้ก่อเหตุ ได้เข้าห้ามจึงถูกมีดแทงเข้าที่บริเวณแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บระหว่างนั้นคนขับรถเมล์ ได้ขับรถลงทางด่วนอาจณรงค์ เลื่ยวเข้ามายัง สน.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ สน.ท่าเรือ ได้เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ไว้ได้พร้อมด้วยมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุ หลังจากนั้นได้เรียกรถพยาบาลนำตัวผู้ตาย ส่งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ซึ่งได้รับแจ้งภายหลังว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนสาวผู้ก่อเหตุ ได้ถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากผู้ก่อเหตุแล้ว รับสารภาพว่าเป็นคนใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจริง โดยมีเรื่องบาดหมางระหว่างสถาบันกันมาก่อน และพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นแล้ว

“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีมาตรการป้องกันเหตุดังกล่าว โดยจัดการประชุมหามาตรการป้องกันร่วมกับอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ทั้ง 2 สถาบัน พร้อมทั้งให้โรงเรียนหามาตรการลงโทษเด็กเยาวชนที่ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอีก เน้นย้ำฝ่ายป้องกันปราบปรามได้ปรับแผนการตรวจเพื่อป้องกันเหตุ และให้ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่เพื่อหาทางป้องกันอีกทางหนึ่ง แสวงหาช่องทางในการแจ้งเหตุระหว่างตำรวจและโรงเรียนโดยตรง พร้อมทั้งให้ชุดสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกเพื่อป้องกันเหตุต่อไปและขอเตือนไปยังเยาวชนวัยรุ่นอย่ากระทำการด้วยความคึกคะนองใช้กำลังตัดสินแก้ปัญหา เพราะ ผิดกฎหมายบ้านเมือง จะส่งผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัว และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม ควรรู้จักอดทน อดกลั้น ใช้การพูดคุยปรับความเข้าใจกันและหาทางออกของปัญหาอย่างสันติวิธี ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เน้นย้ำให้ตำรวจทั่วประเทศยึดแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 30/2559 ในการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเยาวชนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองเด็กและเยาวชนช่วยดูแล พูดคุยกับบุตรหลานให้ทราบถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่สถานศึกษาควรจัดกิจกรรม เร่งรัด ป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทอีก” รองโฆษกตร.กล่าว

Advertisement

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น