เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เร่งขยายผลติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุอุ้ม-ปล้นทรัพย์นายเคง เจาชิง ชาวสิงคโปร์ อายุ 32 ปี
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ผู้เสียหายเพิ่งเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.หญิง จิณฑ์จุฑา ใต้ตา รอง สว. (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายเคงให้การว่าถูกคนร้าย 5-6 คน ลักพาตัวใช้อาวุธข่มขู่เอาเงินทรัพย์สินเป็นเงินสด 351,150 บาท กระเป๋ากุชชี่ ราคา 30,000 บาท หมวกแก๊ป 3 ใบ ราคารวม 6,000 บาท รองเท้า 3 คู่ รวม 60,000 บาท เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถหน้าห้างดังแห่งหนึ่ง ริมถนนรัชดาฯ แขวงดินแดง กรุงเทพฯ ต่อเนื่องพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
จากการสอบสวนนายเคงให้การว่า เมื่อเวลา 01.50 น. ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ขณะเดินมาขึ้นรถบริเวณลานจอดรถห้าง ตนถูกคนร้ายเป็นชายทั้งหมดจำนวน 5 คน ใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับให้ขึ้นรถตนเอง ระหว่างทางถูกคนร้ายปิดตา มัดมือ แล้วบังคับให้บอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม พร้อมยึดโทรศัพท์ กุญแจห้องและคีย์การ์ดคอนโดมิเนียม จากนั้นคนร้ายขับรถตนมาที่ห้องเลขที่ 56 ชั้น 10 คอนโดฯของตนที่ย่านอโศก ก่อนขึ้นไปเอาทรัพย์สินมีค่าภายในห้องไป
นายเคงให้การต่อว่า หลังจากได้ทรัพย์สินกลุ่มคนร้ายพาตนไปกักขังไว้ที่สถานที่แห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นที่ใดเนื่องจากถูกปิดตาแต่คาดว่าน่าจะเป็นที่ต่างจังหวัด แล้วนำบัตรเอทีเอ็มของตนไปถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 13 ครั้ง เป็นเงิน 351,150 บาท จากนั้นจึงนำตนกับรถไปปล่อยทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ที่ จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันเดียวกัน พอเป็นอิสระตนจึงขับรถกลับมาที่ห้องพัก เมื่อกลับมาถึงที่พัก จึงพบว่าทรัพย์สินกระเป๋ากุชชี่ราคา 30,000 บาท หมวกแก๊ป 3 ใบ ราคารวม 6,000 บาท รองเท้า 3 คู่ รวม 60,000 บาท ได้สูญหายไปด้วย
เบื้องต้นได้สอบถามผู้เสียหาย ถึงรายละเอียดการก่อเหตุ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีคนร้าย 5 คน ใช้รถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน ฎง 9052 กรุงเทพมหานคร ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่สืบสวนจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย คือ นายศิรสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี และนายอนุสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
ส่วนคนร้ายอีก 3 คน อยู่ระหว่างการสืบสวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจลายพิมพ์นิ้วมือแฝงที่รถยนต์ของผู้เสียหาย และที่คอนโดฯของผู้เสียหาย รวมถึงตรวจสอบภาพของคนร้ายจากกล้องหน้าตู้เอทีเอ็มที่คนร้ายไปกดเงิน พร้อมกับนำตัวผู้เสียหายไปสเกตช์ภาพคนร้ายที่เหลือต่อไป

