ป่าไม้-อุทยานตรวจสอบจุดความร้อนทั่วประเทศพบ 70% อยู่นอกเขตป่า อีก 30 อยู่ในป่า แต่จนท.2กรม ทำงานแบบไร้ขอบเขต เจอไหนต้องดับที่นั่น อุทยานฯแม่วะ ลำปาง-ตาก เข้มห้ามเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันหมอกควันและไฟป่า ระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 20 เมษายน ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 พันบาท หากก่อไฟป่า มีโทษจำคุก 2-15 ปี ปรับ 20,000 – 150,000 บาท
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าล่าสุดว่า จากการตรวจสอบจุดความร้อน(ฮอต สปอร์ต) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 24 กุมภาพันธ์ พบจุดความร้อนรวมทั่วประเทศ จำนวน 13,712 จุด แบ่งเป็น 1. จุดความร้อนในเขตป่า พบจำนวน 4,052 จุด คิดเป็นร้อยละ 30 ของจุดความร้อนทั้งหมด แยกเป็น พื้นที่ป่าคงสภาพ จำนวน 2,974 จุด คิดเป็นร้อยละ 22 ของจุดความร้อนทั้งหมด จุดความร้อนในพื้นที่เกษตรในเขตป่า จำนวน 1,078 จุด คิดเป็นร้อยละ 8 ของจุดความร้อนทั้งหมด 2.จุดความร้อนนอกเขตป่า จำนวน 9,660 จุด คิดเป็นร้อยละ 70 ของจุดความร้อนทั้งหมด
นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับจุดความร้อนในเขตป่าหรือป่าคงสภาพและเกษตรกรรมในเขตป่า ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 1,653 จุด ดังนี้ 1. เชียงใหม่ จำนวน 336 จุด (20%) 2. ตาก จำนวน 290 จุด (18%) 3.น่าน จำนวน 256 จุด (15%) 4.ลำปาง จำนวน 244 จุด (15%) 5.เชียงราย จำนวน 165 จุด (10%) 6. ลำพูน จำนวน 161 จุด (10%) 7.แพร่ จำนวน 80 จุด (5%)8. แม่ฮ่องสอน จำนวน 62 จุด (4%) 9.พะเยา จำนวน 59 จุด (4%) เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทั้งของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับประชาชนอาสาดับไฟป่าสามารถดับไฟในพื้นที่ต่างๆได้ จำนวน 542 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 9,049 ไร่
“เวลานี้ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ ทำงานกันแบบไร้รอยต่อภายใต้ศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ แต่ทุกเขตทำงานกันอย่างไม่มีขอบเขตพื้นที่ หากพื้นที่ที่ใดมีเหตุการรุนแรงก็สามารถขอกำลังสนับสนุนเป็นเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบก หรือ ของทส.ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีราษฎรอาสาสมัครดับไฟป่าของแต่ละพื้นที่เป็นกำลังสนับสนุน ที่สามารถช่วยงานได้ดีมากอีกด้วย”อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
เมื่อถามเรื่องการบังคับใช้กฏหมายเรื่องพื้นที่ห้ามเผา ได้ผล คนกลัวมากน้อยแค่ไหน ทำไมจึงยังมีการลอบเผาอยู่อีก นายอรรถพล กล่าวว่า หากไม่มีการบังคับใช้กฏหมายเหมือนปีที่ผ่านมาก็จะมีการลักลอบเผามากกว่านี้ก ปีนี้ถือว่าสถิติการลอบเผาน้อยลงมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่านั้นทั้งเจ้าหน้าที่ของป่าไม้และอุทยานฯกวดขันกันเต็มที่ เรื่องการบังคับใช้กฏหมายนั้น ต้องดำเนินการอย่างแน่นอน ที่ผ่านมานั้นสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้วกว่า 10 ราย แต่ทั้งหมดอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายเดชอนันต์ คำสวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วะ ในพื้นที่จ.ลำปางและตาก เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งของทุกปีมักเกิดปัญหาไฟป่า ก่อให้เกิดหมอกควันในอากาศเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของประชาชนโดยรวม อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นปัญหาวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน
นายเดชอนันต์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดความร้อนในเขตอุทยานฯแม่วะ ส่วนใหญ่เกิดจากการเก็บหาของป่า การเผาป่า ล่าสัตว์ เผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรแล้วลุกลากเข้าป่า ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหมอกควันและไฟป่า อุทยานฯแม่วะจึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 18 ห้ามผู้ใดเข้าไปในเขตอุทยานฯแม่วะ ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 20 เมษายน ในท้องที่ต.แม่วะ ต.เถินบุรี ต.ล้อมแรด ต.แม่ปะ ต.แม่มอก ต.เวียงมอก อ.เถิน ต.พระบาทวัดตาก อ.แม่พริก จ.ลำปาง ต.วังจันทร์ อ.สามเงา ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก ยกเว้นกรณีเหตุจำเป็นให้ประสานกับอุทยานฯแม่วะ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดตามกฎหมาย มีโทรปรับ 1,000 บาท
หัวหน้าอุทยานฯแม่วะ กล่าวอีกว่า หากพบมีการเผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรใกล้พื้นที่เขตอุทยาน ต้องมีการควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่อุทยาน หากเกิดไฟป่าจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 150,000 บาท
วันเดียวกัน แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและภูมิอากาศ(สสนก.) ได้รายงานการคาดการสภาพอากาศ ว่า ช่วงวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่เป็นลิ่มจากทะเลจีนใต้ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบน (ระดับ 5.5 กม.) จะเลื่อนลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ความชื้นที่พัดเข้ามาจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ถูกเหนี่ยวนำให้ยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ส่วนลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือยังปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ตอนบน
วาฟระบุด้วยว่า ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม บริเวณความกดอากาศสูงอ่อนกำลังลง ส่วนกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบน (ระดับ 5.5 กม.) ยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกได้บางแห่ง ไปจนถึงช่วงวันที่ 1 มีนาคม ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนลดลง
ทั้งนี้เมื่อช่วง 15.30-16.30 น.ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการลูกเห็บตกลงมาอย่างหนักที่บริเวณเทศบาลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง

