ลูกบ้านคอนโดดังย่านวิภาวดีรวมตัวฟ้องศาลแพ่ง ระบบดับเพลิงใช้ไม่ได้ หวั่นอาคารไม่ปลอดภัย

25.02.19 | 17:55 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ผู้แทนของนิติบุคคลชาโตว์ อิน ทาวน์ วิภาวดี 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทพระยา พาณิชย์ พร็อบเปอร์ตี้ เป็นจำเลย ต่อแผนกคุ้มครองผู้บริโภค ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายทุนทรัพย์รวม 5,950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีตลอดเวลาที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ได้เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อเนื่องของตัวอาคาร


โดยศาลแพ่งประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำผบ.806/2562 ขณะที่การยื่นฟ้องดังกล่าว ฝ่ายโจทก์ก็ยังได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในคดีดังกล่าวด้วย โดยขอให้ศาลปิดหมายอาคาร เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน และให้ตรวจสอบโครงสร้างของคอนโด รวมทั้งแบบที่จอดรถที่ไม่ตรงตามแบบ และขอให้จำเลยมาเจรจาแก้มาเจรจาแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องของโจทก์ในส่วนนี้แล้ว ก็มีคำสั่งให้ไต่สวนฉุกเฉิน ในเวลา 13.30 น. ซึ่งโจทก์ก็มีฝ่ายกฎหมาย ที่ได้เข้าไต่สวน โดยภายหลังศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ยังขาดใบเสนอราคาที่พัก ซึ่งหากสั่งปิดหมายในวันนี้ ลูกก็บ้านจะได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้โจทก์นำเอกสารใบเสนอราคามายื่นต่อศาลอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 4 มี.ค. เวลา 09.00 น.

ด้านนายชัยณรงค์ เกษามุล ผู้เเทนโจทก์ กล่าวว่า โครงการแห่งนี้ได้ก่อสร้างมาแล้ว 3 ปี เป็นรูปแบบคอนโดโรวไลซ์สูง 8 ชั้น จำนวน 79 ยูนิต ราคา 2.5-3.8 ล้านบาท โดยตลอดช่วงเวลาที่พักอยู่คอนโดแห่งนี้ ได้เกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของตัวอาคาร ไม่ว่าจะเป็นระบบดับเพลิง ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุขึ้น และคอนโดแห่งนี้ไม่เคยมีการซ้อมแผนดับเพลิง ตรวจสอบระบบระบายน้ำพบว่าท่อน้ำที่ถูกฝั่งอยู่ภายในกำแพง วางท่อไม่ต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นผิวอาคาร และรูปแบบโครงสร้างโดยรอบตัวอาคารพบว่ามีการติดตั้งแผ่นเหล็กตามมุมเสา เพื่อป้องกันเหตุตึกถล่ม ซึ่งผิดหลักของการก่อสร้างและไม่มีความปลอดภัย นอกจากนี้ทางผู้พักอาศัยได้ทำการตรวจสอบโครงการดังกล่าวด้วยตนเอง จากกรมโยธาธิการจนกระทั่งพบว่า โครงการแห่งนี้ได้มีการสร้างผิดแบบใบขออนุญาต และมีขนาดของที่จอดรถที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่กลับมีใบรับรองความปลอดภัยจากหน่วยงานราชการ

Advertisement

นายชัยณรงค์ กล่าวอีกว่า ภายหลังเกิดเหตุต่างๆ ขึ้น ทางผู้พักอาศัยได้แจ้งให้ทางนิติบุคคลทราบ เพื่อเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน ปัญหาดังกล่าวกลับไม่ได้การแก้ไขและทางนิติบุคคลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงทำให้กลุ่มตัวแทนผู้พักอาศัยต้องรวมตัวกัน พร้อมนำหลักฐานเป็นรูปถ่ายและตัวอย่างแบบอาคาร เข้าร้องทุกข์ต่อศาลแพ่ง รัชดาฯ เพื่อต้องการทางตัวแทนโครงการออกมาเจรจา รับผิดชอบและหาทางออกร่วมกัน