ทส. ติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มีมาตรการควบคุมถึงหมู่บ้าน
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ และไฟไหม้ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย คพ. ได้ติดตามและประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และได้ดำเนินการต่างๆ ตามที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส.ได้ไปให้แนวทางเมื่อคราวประชุมที่ จ.ลำพูน และจากการรายงานของผู้ว่าราชการจังหวัด ทราบว่าจุด ความร้อน(Hotspot) ลดลง ไฟไหม้พื้นที่ริมทางลดลง และจังหวัดได้มีมาตรการต่างๆ ควบคุม จากจังหวัดสู่อำเภอ สู่ตำบล และสู่หมู่บ้านตามลำดับ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

นายประลอง กล่าวว่า การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขหมอกควันภาคเหนือต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กลไกของพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และการอำนวยการสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดตามระบบ Single Command ในระดับพื้นที่ ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งการลาดตระเวนป้องปราม การตรวจหาไฟป่าและการเผา การระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์เครื่องมือ จากกองทัพภาคที่ 3 ตำรวจ เครือข่ายอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าดับไฟก่อนเกิดการลุกลาม มีการให้รางวัลหมู่บ้านดีเด่น และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด


นายประลอง กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยในช่วงเตรียมการจังหวัดได้มีการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ โดยการชิงเผา ก่อนเข้าสู่ช่วงประกาศช่วงห้ามเผาอย่างเด็ดขาดของจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศ พิจารณาจากความเหมาะสมและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดได้ประกาศช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2562 ระหว่างเดือน ก.พ. – เม.ย. 2562 ด้วยการงดเว้นการเผาป่า เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เผาขยะ เผาวัชพืชริมทาง และเผาในพื้นที่โล่งแจ้งทุกกรณีโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ จะเฝ้าระวังใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ริมทางหลวงใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ดังนี้ ลำปาง วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 10 เมษายน เชียงใหม่ ลำพูน วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน ตาก แม่ฮ่องสอน วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย

