อุปนายกสภาทนายฯ ชี้คดีเด็กช่างแทงน.ร.บนรถเมล์ดับเอาผิดผู้ปกครองทางแพ่งได้ พร้อมช่วย

26.02.19 | 14:09 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกสภาทนายความฝ่ายปฏิบัติการ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสภาทนายความปี 2562 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน้องเก้า นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปทุมคงคา ถูกเด็กช่าง อายุ 18 ปี แทงตายบนรถเมล์สาย 180 ย่านเอกมัย สาเหตุเพราะขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดกระแสความคิดว่าคนร้ายยังเป็นบุคลยังไม่บรรลุนิติภาวะ แถมพกมีดไปโรงเรียน น่าจะเอาผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครองกึ่งหนึ่ง ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หากจับกุมคนร้ายได้และอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเป็นจำเลย ทางพ่อแม่ของน้องเก้าก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายจัดการแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ และยื่นคำร้องขอให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง โดยกฎหมายให้ถือว่าพ่อแม่ป็นโจทก์ในคดีส่วนแพ่งด้วย


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความคิดว่าพ่อแม่ฝ่ายคนร้ายน่าจะต้องรับผิดร่วมด้วย นายดำรงศักดิ์กล่าวว่า ความจริงมีกฎหมายบัญญัติอยู่แล้วในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 มีหลักการว่า บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล ซึ่งทำอยู่นั้น

อุปนายกสภาทนายความกล่าวว่า นอกจากนี้มาตรา 430 ยังระบุว่า ครูบาอาจารย์ นายจ้างหรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วคราวก็ดี จำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นๆ มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ดังนั้น หากพ่อแม่ของน้องเก้าต้องการรับคำปรึกษาหรือช่วยเหลือ สภาทนายความจะจัดทนายความให้ เพราะสภาทนายความเป็นองค์กรนักกฎหมายมีภาระหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุใว้ใน พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 7 โดยเดินทางมาขอรับความช่วยเหลือได้ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทุกวันตลอดเวลาทำการ