รวบหนุ่มสวมรอยเฟซบุ๊คลวงเหยื่อใช้เซ็กโฟนแล้วบันทึกคลิปกรรโชกทรัพย์

26.02.19 | 15:13 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.ฐานะรองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.)แถลงจับกุมนายกิตติศักดิ์ นิ่มบุญชื่น อายุ 35 ปี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคารและสมุดจดบัญชีเฟซบุ๊คปลอม โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 4 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดกล่าวว่า ศปอส.ตร. รับการร้องเรียนว่ามีคนร้ายมีพฤติกรรมหลอกลวงโดยติดต่อผู้เสียหายทางแชทเฟซบุ๊คโดยใช้ชื่อ “กนกพร มิ้น เอี่ยมสะอาด” มีการใช้ภาพหญิงหน้าตาดีและอ้างว่าเป็นตัวแทนในการเสนองานให้กับผู้เสียหายโทรศัพท์เซ็กโฟนกับลูกค้าชาย โดยมีเงินค่าตอบแทนครั้งละ 5,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เสียหายจะต้องแชทวีดีโอผ่านทางแชทเฟซบุ๊คกับลูกค้าชายและต้องสำเร็จความใคร่ให้ลูกค้าดูหรือให้ทำการยั่วอารมณ์เพื่อให้ลูกค้าสำเร็จความใคร่ หลังจากที่ผู้เสียหายตกลงรับงานและมีการเริ่มแชทวีดีโอแล้ว นายกิตติศักดิ์จะทำการบันทึกภาพวีดีโอไว้ ก่อนนำมาข่มขู่ผู้เสียหายให้โอนเงินและทำตามเงื่อนไขที่เรียกร้อง เช่น ขอบัญชีพร้อมรหัสผ่านของเฟซบุ๊ค เพื่อแลกกับการไม่นำคลิปไปเผยแพร่ ซึ่งนายกิตติศักดิ์จะนำบัญชีเฟซบุ๊คที่ข่มขู่มาจากผู้เสียหายมาใช้ในการหลอกลวงเหยื่อในรายอื่นต่อไป

“ต่อมาชุดสืบสวนทำการสืบสวนกระทั่งทราบชื่อคนร้ายในคดีนี้คือนายกิตติศักดิ์ และพบว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักในจังหวัดกำแพงเพชร จึงนำกำลังเข้าจับกุม ซึ่งในขณะจับกุมนายกิตติศักดิ์ อยู่ระหว่างการลักลอบใช้อินเตอเน็ตจากบ้านข้างเคียงใช้ในการหลอกลวงเหยื่อรายหนึ่งอยู่ จากจากการตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊คดังกล่าวพบมีเหยื่อหลงเชื่อส่งคลิปโป๊ให้รวมกว่า 200 ราย นอกจากนี้ยังพบบัญชีเงินฝากที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 2 ล้านบาทและสมุดบันทึกที่มีการจดข้อมูลเฟสบุ๊คที่ปลอมขึ้นมา จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยเมื่อข่มขู่สำเร็จจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเว็บไซด์พนันออนไลน์ Sbobet.ca เพื่ออำพรางตัว ก่อนจะถอนเงินจากเว็บพนันบอล เข้าบัญชีตัวเองและลบบัญชีเฟซบุ๊คของเหยื่อที่ข่มขู่มาได้ เพื่อป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ ส่วนเงินที่ได้มานั้นตนจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเนื่องจากตนเองไม่ได้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี” ผบช.สตม.