‘ลูกจ้าง’ ยัน ต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 13 มี.ค.รอบอร์ดเคาะอัตราใหม่ทั่ว ปท. 2-10 บาท

26.02.19 | 14:58 น.
แฟ้มภาพ

‘ลูกจ้าง’ ยัน ต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 13 มี.ค.รอบอร์ดเคาะอัตราใหม่ทั่ว ปท. 2-10 บาท

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการค่าจ้าง ฝ่ายวิชาการ กล่าวถึงกรณีนายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า ภาคเอกชนใน 40 จังหวัด คัดค้านการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี 2562 เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ ว่าตัวเลขอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2-10 บาท ที่คณะอนุกรรมการค่าจ้าง ฝ่ายวิชาการ ได้กลั่นกรองตัวเลขจากที่คณะกรรมการค่าจ้างในแต่ละจังหวัดเสนอมาให้พิจารณา ยืนยันว่าเหมาะสมแล้ว โดยมี 49 จังหวัดที่ไม่เสนอตัวเลข แต่คณะอนุกรรมการมีมติให้ปรับขึ้น 2 บาทเท่ากัน ส่วนอีก 28 จังหวัด แบ่งเป็น เสนอปรับ 10 บาท มี 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.สมุทรปราการ จ.ภูเก็ต และ จ.ชลบุรี ปรับขึ้น 7 บาท มี จ.สิงห์บุรี เพียงจังหวัดเดียว ปรับขึ้น 5 บาท อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.เชียงใหม่ จ.ระยอง จ.สมุทรสาคร จ.นครราชสีมา จ.ฉะเชิงเทรา จ.ตรัง จ.พังงา จ.หนองบัวลำภู จ.บึงกาฬ จ.อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น จ.อ่างทอง และ จ.ปราจีนบุรี ปรับขึ้น 4 บาท อาทิ จ.นราธิวาส จ.ชัยภูมิ และปรับขึ้น 3 บาท อาทิ จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จ.เพชรบูรณ์

“ขณะนี้ได้เสนอตัวเลขทั้งหมดให้คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 20 พิจารณาแล้ว ส่วนบอร์ดค่าจ้างจะมีมติตามที่เสนอหรือไม่ยังต้องรอผลจากที่ประชุมไตรภาคี ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และตัวแทนรัฐบาล ซึ่งตามกำหนดเดิมจะมีการประชุมในวันที่ 13 มีนาคมนี้” นายพนัสกล่าว และว่า กรณีที่เอกชนใน 40 จังหวัดไม่ต้องการให้ปรับขึ้นค่าจ้าง เพราะกลัวกระทบเศรษฐกิจนั้น เรื่องนี้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว การให้ปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น แต่คณะอนุกรรมการได้มองในภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจด้วย ไม่ต้องการให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และต้องการทำให้ผู้ใช้แรงงานกระจายตัวอยู่ในทุกพื้นที่ ไม่ให้ไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะในจังหวัดที่ค่าจ้างสูง

“ทุกครั้งที่มีการเสนอปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นเรื่องปกติที่จะมีเสียงคัดค้าน ที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยเห็นว่านายจ้างจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องทบทวนอะไร และคงไม่มีการเชิญหรือส่งหนังสือชี้แจงทำความเข้าใจใดๆ อีก เพราะขณะนี้คณะอนุกรรมการได้เสนอตัวเลขไปยังบอร์ดค่าจ้างแล้ว อยู่ที่บอร์ดจะพิจารณา แต่อย่าลืมว่าในบอร์ดค่าจ้างมีไตรภาคีฝ่ายละ 5 คน ขณะนี้ฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายรัฐบาล รวม 10 คน มีความเห็นตรงกันแล้วว่าจะปรับขึ้นค่าจ้างแน่นอน ส่วนฝ่ายนายจ้าง 5 คน ก็ไม่ได้มีเพียงตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเท่านั้น ยังมีตัวแทนจากที่อื่นๆ ด้วย ดังนั้นคิดว่าการพิจารณาค่าจ้างครั้งนี้จึงไม่น่ากังวล และไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่คณะอนุกรรมการเสนอ” นายพนัสกล่าว

นายพนัสตั้งข้อสังเกตว่า ในการปรับขึ้นค่าจ้างทุกครั้ง มักจะมีปัญหาอุปสรรคจนทำให้เกิดความล่าช้าในการประกาศตัวเลข ที่สำคัญยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงมีแนวคิดที่จะเสนอให้ยกเลิกการประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี โดยเปลี่ยนไปใช้อัตราค่าจ้างแรกเข้าแทน แต่เรื่องนี้ยังเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ยังต้องมีการพูดคุยกันอีกมาก

Advertisement

ด้าน นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า เคยมีการประเมินกันว่า หากจะให้ผู้ใช้แรงงานอยู่ได้จะต้องมีรายได้เฉลี่ยวันละ 700 บาทเศษ แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบันผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่มีค่าจ้างในอัตราที่ต่ำกว่าตัวเลขประเมิน ดังนั้น รัฐบาลจึงเพิ่มสวัสดิการต่างๆ ให้ ดังนั้น การขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงถือเป็นเรื่องจำเป็น แม้จะขึ้นในอัตราที่ต่ำแต่ก็ดีกว่าไม่ขึ้นเลย

“ปรับขึ้นดีกว่าไม่ปรับ นายจ้างอย่ามองแค่ด้านเดียว ขอให้มองทุกอย่างบนพื้นฐานความจริง เพราะจริงๆ แล้วการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะเมื่อผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนจำนวนมากมีรายได้เพิ่ม ก็จะมีกำลังซื้อ เกิดการจับจ่าย ทำให้เงินหมุนเวียน ภาคธุรกิจก็เติบโต รัฐบาลได้ภาษี” นายสาวิทย์กล่าว