ร่วมถกแน่นวัด! ปมพัฒนา ‘คลองเตย’ ท่าเรือยื่น 3 ทางเลือก ชาวบ้านเผยกินไม่ได้นอนไม่หลับ

27.02.19 | 13:03 น.

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา ประมาณ 09.00 น. ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น 2 วัดสะพาน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย (Smart Community) โดยสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย ร่วมกับชุมชนในพื้นที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านและตัวแทนหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมจำนวนมากจนเต็มพื้นที่ อาทิ ตัวแทนจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย, ตัวแทนสำนักงานเขตคลองเตย, ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย, สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ ม.ศรีปทุม, ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, สถานศึกษาในพื้นที่ อาทิ โรงเรียนวัดคลองเตย, โรงเรียนไทยประสิทธิ์ศาสตร์, สน.ท่าเรือ, ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย, มูลนิธิดวงประทีป , มูลนิธิสันติสุข เป็นต้น รวมถึงนักวิชาการที่มีชื่อเสียง อาทิ นายปฐมฤกษ์ เกตุทัต และนางภารนี สวัสดิรักษ์ โดยมีการทะยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่นั่งตั้งแต่ก่อนเวลาเริ่มงาน และมีผู้เข้าสมทบอย่างต่อเนื่องจนตัองทีการเตรียมเก้าอี้เพิ่มเติม

นายสมภพ  พร้อมพอชื่นบุญ นักวิจัยอาวุโส คณะสถาปัตย์ ม.ศรีปทุม กล่าวก่อนมีการเปิดงานประชุมว่า โครงการสมาร์ทคอมมูนิตี้เป็นโครงการใหญ่มาก ต้องสร้างที่อยู่ให้คนมากกว่า 12,000 หน่วย และคูณ 5 เพราะหนึ่งหน่วยครอบครัวมีราว 5 คน ในวันนี้ตนขอใช้คำว่าพัฒนาเพื่อให้มีบรรยากาศที่ดี โดยมีคนในวงพัฒนาราว 1 แสนคน เป็นคนสูงอายุ ราว 15,000 คน เด็กอีกราว 4-5 หมื่นคน ที่เหลือเป็นวัยใช้แรงงาน

“การพัฒนาครั้งนี้ถ้าทำดี คลองเตยจะเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นโอกาส คนที่ควรมีส่วนตัดสินใจคือชาวบ้าน ที่ต้องขอมีส่วนร่วมพัฒนาไปด้วยกัน เพื่อลูกหลาน ที่ผ่านมาชาวคลองเตยเองก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาท่าเรือ ทั้งเป็นแรงงาน คนยกของ. และเจ้าหน้าที่การท่าเรือ จึงควรมีส่วนร่วมในการพัฒนา ครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคนจะมองคลองเตยเป็นปัญหาแต่จริงๆแล้วคลองเตยมีทั้งปัญหาและสิ่งดีๆ สิ่งดีมีเยอะกว่าสิ่งไม่ดี” นายสมภพกล่าว จากนั้นตะโกนถามชาวบ้านว่า คลองเตยมีคนขายยาเสพติดหรือไม่ ชาวบ้านตะโกนตอบว่า มี แต่จำนวนน้อย เหมือนชุมชนอื่นๆที่มีทั้งคนดีและไม่ดี

จากนั้น เวลา 10.00 น. พระพิศาลธรรมานุสิษฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วกล่าวเปิดประชุมว่ายินดีที่ชาวบ้านมาใช้พื้นที่ในการประชุม ทางวัดเองก็พยายามพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ตัองยอมรับว่าโลกพัฒนาไปเยอะ ขอให้จับมือกันพัฒนาอย่างสามัคคี การแบ่งพวกว่าเป็นพวกมึง พวกกู ทำบ้านเมืองวุ่นวาย

Advertisement

ต่อมา เป็นการฉายคลิปวีดีโอมีเนื้อหาเกี่ยวกับความคิดเห็นความกังวลของชาวบ้าน ครู และความเห็นขององค์กรไม่แสวงผลกำไร โดยชาวคลองเตยหลายรายระบุว่าพร้อมจะพัฒนาไปด้วยกัน แต่กลับไม่มีส่วนร่วมกับโครงการเลย รัฐควรคำนึงถึงประชาชน แม้ตนเป็นเพียงชาวบ้านแต่ก็มีศักดิ์ศรี เป็นพลเมืองของประเทศ ควรรับฟังความเห็นและหาทางออกร่วมกัน ชาวบ้านหลายรายห่วงเรื่องอาชีพ ว่าหากย้ายออกจะสามารถประกอบอาชีพเดิมได้อย่างไร แม้มีการให้กู้เงิน ก็คงไม่สามารถใช้คืนได้ ส่วนพื้นที่หนองจอกซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอของการท่าเรือนั้น พิจารณาเบื้องต้นจากภาพพบว่ามีแต่ทุ่งนา ตนจะมีเงินไปปลูกบ้านได้อย่างไร ขออย่าปล่อยพวกตนเคว้งคว้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่งยังมีความเห็นจากนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ซึ่งแสดงความเห็นว่าผลงานของการท่าเรือที่ผ่านมาเคยมีการนำชาวบ้านออกจากพื้นที่แล้วสร้างแฟลต 200-300 ห้อง สุดท้ายร้าง ไม่มีคนอยู่จนถึงปัจจุบัน นี่คือประสบการณ์จากการที่การท่าเรือไม่ฟังชาวบ้าน

จากนั้นเข้าสู่เวทีแสดงความเห็นโดยตัวแทนจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย ชี้แจงประเด็นต่างๆ

นายเดชา นุชพุ่ม ผอ.กองบริหารสินทรัพย์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงทางเลือกที่เป็นกรอบความคิด 3 แนวทาง ได้แก่ 1. อยู่อาศัยในอาคารสูง 30 ชั้น ที่การท่าเรือจะจัดสร้างขึ้น 4 อาคาร สอาคารละ 1,700 ห้อง 2. ย้ายไปสร้างบ้านในย่านหนองจอก พื้นที่ 2,140 ไร่ 3. รับเงินชดเชย ย้ายกลับภูมิลำเนาเดิม ยืนยันจะให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมของโครงการพัฒนาในทุกขั้นตอน

นายสัญชัย การะเกด ผู้ช่วยผอ.กองบริหารสินทรัพย์ การท่าเรือฯ กล่าวเสริมว่า ในส่วนอาคารสูง จะมีพื้นที่ส่วนกลาง มีลานจอดรถ ขนาดห้อง 33 ตารางเมตรอิงคามการศึกษาของการเคหะแห่งประเทศไทยว่ามีขนาดเหมาะสม อาคารทั้งหมดถูกออกแบบสำหรับสร้างบนพื้นที่ 58 ไร่ ในขณะที่ปัจจุบันมีการขอคืนพื้นที่ได้แล้ว 20 ไร่ ซึ่งสร้างได้เพียง 1 อาคาร ขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องสำรวจข้อมูลด้านต่างๆ เช่น จำนวนประชากร อาชีพ มีเด็กเท่าไหร่ มีผู้ป่วยติดเตียงหรือไม่เนื่องจากการสำรวจครั้งสุดท้ายมีขึ้นตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งนานเกินไป หลังสำรวจจึงจะออกแบบเพิ่มเติม

“ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนประชาสัมพันธ์ จากนั้นจะสำรวจประชากรประกอบการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน และจะจัดหาที่ปรึกษาคือสถาบันการศึกษาแล้วจึงเข้าสู่การเสนอ ครม. ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 2563 หรือ 2564 จากนั้นจึงทำแผนรื้อย้าย แต่ไม่ใช่ไล่รื้อ เพราะเป็นการพัฒนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามมีชาวบ้านบางรายถึงกับร้องไห้กลางที่ประชุมเมื่อลุกขึ้นแสดงความเห็น โดยระบุว่าไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่ขอทราบข้อมูลเพื่อให้มีเวลาพิจารณาทางเลือกและเตรียมตัว