สัตวแพทย์หญิง(สพญ.)นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ไปดำน้ำที่บริเวณอ่าวแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบปรากฏการณ์ที่น่าเศร้าอย่างมาก คือใต้ท้องทะเลของบริเวณอ่าวดังกล่าว เต็มไปด้วยมลพิษ ความสวยงามของปะการัง และสัตว์ทะเล ที่เคยมีสีสันสดสวยหายไปเกือบหมด ปะการังทุกแห่งถูกปกคลุมด้วยผงฝุ่น และตะกอนดิน แทบจะไม่มีปลาสวยงามว่ายไป ว่ายมา เหมือนก่อนหน้านี้เลย คาดว่า คงจะอพยพไปอยู่ที่อื่นที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่านี้ ทั้งหมดนี้ ไม่รวมถึงปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่เริ่มเห็นเกือบตลอดทั้งแนว
“การลงไปดำน้ำในอ่าวแสมสารคราวนี้เป็นการดำน้ำที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง สภาพใต้ท้องทะเลมันเลวร้ายยิ่งกว่าภูเขาหัวโล้นเสียอีก อย่างเขาหัวโล้นนั้น ใครผ่านไปผ่านมาก็พอจะเห็นถึงความเลวร้ายบ้าง แต่นี้อยู่ใต้น้ำ หากไม่ดำน้ำลงไปดูก็ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ใครดูแลรับผิดชอบพื้นที่บริเวณนี้ทำไมปล่อยให้แสมสารถูกทำร้ายหนักขนาดนี้” สพญ.นันทริกากล่าว
ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เดิมทีนั้น แสมสารเป็นพื้นที่แหล่งปะการังที่สมบูรณ์ที่สุดของภาคตะวันออก แต่มาระยะหลังมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวจนล้นเกินกว่าที่สถานที่เล็กๆ แห่งหนึ่งจะรองรับได้ ประกอบกับมีน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมลงมา ทำให้ปะการังเกิดการเสื่อมโทรมและเสียหายลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการฟื้นฟูท้องทะเลแสมสารเวลานี้คือ ทางกองทัพเรือควรจะสั่งปิดพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งดำน้ำทันที แล้วเข้าไปฟื้นฟูตามหลักวิชาการ อาจจะนำแบบอย่างการจัดการที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชดำเนินการเพื่อจะฟื้นฟูเกาะตาชัย ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งจะต้องทำโดยเร่งด่วน แต่เข้าใจว่า พื้นที่แสมสารนั้นน่าจะทำได้ง่ายกว่าพื้นที่เกาะตาชัย เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ
“การจัดการหลังจากปิดเกาะแล้ว ต้องจัดระเบียบ ระบบการท่องเที่ยวใหม่ทั้งหมด ทั้งการวางทุ่น การจอดเรือ และการดำน้ำที่ถูกต้อง ดำอย่างไรไม่ทำลายปะการัง ซึ่งพื้นที่แสมสารก็เหมือนแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแหล่งอื่นๆ ที่ถูกใช้มากเกินไป จำเป็นจะต้องเข้าไปจัดการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว ความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์จะหายไปอย่างถาวร” ผศ.ธรณ์กล่าว

