สาวกทม.งง!กองใบสั่งส่งถึงบ้านซิ่งหลายจว.ทั้งที่ไม่ได้ไปไหน แจ้งตร.ไล่ไปท้องที่เกิดเหตุ รองโฆษกแจงพัลวัน

28.02.19 | 19:22 น.

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่หญิงสาวรายหนึ่ง ได้รับใบสั่งส่งถึงบ้าน รวม 6 ใบ หลายพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยไปในพื้นที่ดังกล่าว มั่นใจว่ารถตนถูกสวมทะเบียน โดยหญิงรายดังกล่าวแจ้งว่าพอเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ สน.หัวหมาก แต่ปรากฏตำรวจบอกให้ไปแจ้งความกับพื้นที่เกิดเหตุ ว่า จากประเด็นกรณีดังกล่าวนั้นขอเรียนว่าสน.หัวหมาก ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.6กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลา 11.50 น. ได้มีนางสาวสิรินุช ชุ่มโสตร์ ผู้เสียหายมาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20ก.พ. 23 ก.พ.และ 25 ก.พ. 62 ได้มีหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ส่งมาจากสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ1 จ.พระนครศรีอยุธยา  กองกำกับการ3 จ.ชลบุรี และสถานีตำรวจทางหลวง2 กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.เพชรบุรี โดยใบสั่งแจ้งว่า รถยนต์ คันทะเบียน 6 กก 2910 กทม. กรุงเทพมหานคร ได้ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งตามวันเวลาดังกล่าวผู้เสียหายไม่ได้เดินทางออกต่างจังหวัดแต่อย่างใด โดยผู้เสียหายประสงค์นำตัวผู้สวมทะเบียนรถยนต์ของตนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


“เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และได้แจ้งหน่วยงานที่ออกใบสั่งได้ทราบไว้แล้ว โดยผู้เสียหายได้ขอเข้าให้การต่อพนักสอบสวนในวันที่ 1 มีนาคม 62 เวลา 14.00 น เพื่อทำการสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวนจะส่งเรื่องไปยังท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ขอแนะนำให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เข้าแจ้งความกับตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อสามารถดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรวดเร็ว หรือหากไม่สะดวกก็สามารถร้องทุกข์ในพื้นที่ใกล้บ้าน ของท่านได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการจะส่งเรื่องไปยังท้องที่เกิดเหตุเพื่อให้พนักงานสอบผู้รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป”รองโฆษกตร.กล่าวและว่านอกจากนี้ ผู้เสียหาย สามารถนำหลักฐานไปยืนยัน ว่าวันและเวลาดังกล่าวผู้เสียหายไม่ได้ขับรถไปตามสถานที่ ที่ได้รับใบสั่ง จากนั้นตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาการกระทำความผิดในลักษณะนี้ เคยดำเนินคดีในข้อหา ปลอมแปลงเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม และใช้รถยนต์ไม่จดทะเบียน