‘วิษณุ’ เผยรัฐบาลเตรียมงาน ‘บรมราชาภิเษก’ คืบหน้าเกิน 80% คาดปชช.หลักล้านเฝ้าฯรับเสด็จ 5-6 พ.ค.

1.03.19 | 17:41 น.
'วิษณุ' เผยรัฐบาลเตรียมงาน 'บรมราชาภิเษก' คืบหน้าเกิน 80% คาดปชช.หลักล้านเฝ้าฯรับเสด็จ 5-6 พ.ค.

‘วิษณุ’ เผยรัฐบาลเตรียมงาน ‘บรมราชาภิเษก’ คืบหน้าเกิน 80% คาดปชช.หลักล้านเฝ้าฯรับเสด็จ 5-6 พ.ค.

 

ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 2562 นั้น

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ห้องประชุม 1 อาคารหอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดแถลงข่าวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่1/2562 ซึ่งมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ตลอดจนข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนหลายสำนัก เข้าร่วม

 

เป็นพระราชพิธียิ่งใหญ่อันดับที่ 2

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการฝ่ายพิธีการ กล่าวในห้อข้อ การเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะมีขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้ ถือว่าเป็นพระราชพิธีสำคัญและยิ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ไม่ต้องก่อสร้างถาวรวัตถุใด เพียงแต่เอาโบราณวัตถุเดิมที่มีอยู่มาบูรณะซ่อมแซมใหม่ ส่วนใหญ่หนักในเรื่องของขั้นตอนพิธีพราหมณ์ตามราชประเพณี โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ พระราชพิธีเบื้องต้น ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤษภาคม, เบื้องกลาง ตั้งแต่วันที่ 4-6 พฤษภาคม และเบื้องปลาย ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมถึงพฤศจิกายน

Advertisement

“เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติใหม่ๆ มีพระราชกระแสรับสั่งแก่นายกรัฐมนตรีว่า ถึงอย่างไรพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็จะต้องจัดขึ้นอยู่ดีไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ขอให้จัดเพียงตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น อย่าสร้างเสริมเติมแต่งอะไรขึ้นใหม่ให้หรูหราหรือมากเกินไปกว่าที่เป็นพระราชประเพณีเดิม ให้ทำโดยรวบรัดถ้าสามารถรวบรัดได้ และขอให้ทำโดยคำนึงถึงความประหยัดเป็นหลักที่รัฐบาลรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาโดยตลอดในการจัดงานครั้งนี้” นายวิษณุกล่าว

ทั้งนี้ ฝ่ายพิธีการได้เตรียมการต่างๆ ไว้ดังนี้ 1.เรื่องตราสัญลักษณ์ ซึ่งจะใช้ประทับลงบนคนโทบรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงใช้ประดับตกแต่งสถานที่และเส้นทางเสด็จฯ ประดับอยู่ตรงกลางธงสีเหลืองคู่กับธงชาติไทย ตลอดจนการจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก ที่จะมีเข็มที่ระลึกพระราชทานแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และเข็มที่ระลึกจำหน่าย ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีเตรียมขอพระราชทานพระราชานุญาตเพื่อจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป ในราคาจำหน่ายไม่เกิน 300 บาท รายได้ทูลเกล้าฯถวายเสด็จโดยพระราชกุศล ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตราสัญลักษณ์มา 2.เลือกพระฉายาลักษณ์และพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้ใช้เหมือนกันทั้งประเทศ ขณะนี้กำลังเลือกอยู่

3.เตรียมน้ำมุรธาภิเษก ในพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เมษายน 4.เตรียมน้ำอภิเษก ในพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เมษายน ซึ่ง 2 ข้อนี้กระทรวงมหาดไทยได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ตั้งแต่บูรณาขอบสระ กำหนดจุดตลิ่ง วิธีการนำน้ำขึ้น ตรวจสอบคุณภาพน้ำให้บริสุทธิ์และสะอาด เหลือเพียงรอถึงวันดังกล่าว จากนั้นในวันที่ 8-9 เมษายน จะเชิญน้ำไปจัดเก็บในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด ก่อนแต่ละจังหวัดจะเชิญไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

 

ขบวนพยุหยาตราชลมารคเดือนต.ค.

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า 5.เตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร 6.เครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยที่จะเสด็จลงจากพระราชยานพุดตานทอง หรือเสลี่ยง แล้วเสด็จฯเข้าสู่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 7.การเตรียมเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตราสถลมารค ซึ่งจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมงครึ่ง ทราบว่าขณะนี้ฝ่ายทหารเตรียมการตัดชุด เริ่มซ้อมเดินตามจังหวะแล้ว ส่วนขบวนพยุหยาตราชลมารคที่จะมีช่วงปลายเดือนตุลาคม มีเรือพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ในรัชกาลที่ 9 และเรือพระราชพิธีรวมทั้งสิ้น 52 ลำ ใช้ฝีพายจำนวน 2,200 นาย โดยขบวนพยุหยาตราชลมารคจะเริ่มที่ท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร รวมระยะทาง 4 กิโลเมตร และจะมีการเห่เรือตลอดเส้นทาง

อย่างไรก็ตาม ได้ประชุมคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าเฝ้าฯในพระราชพิธีตามสถานที่ต่างๆ อาทิ พระราชพิธีในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย เสด็จออกมหาสมาคมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และภายในพระอารามหลวงทั้ง 3 แห่ง เพราะทุกคนล้วนอยากมีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญดังกล่าว แต่ด้วยมีข้อจำกัดด้านสถานที่ จึงต้องมีการผลัดเวรกัน

“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพระราชพิธีต่างๆ เนื่องพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ หลายท่านเป็นผู้สูงอายุ การเดินจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดที่ละเอียดอ่อน จะต้องเป็นฝ่ายรอเฝ้าฯ ก่อนหรือตามไปเฝ้าฯทีหลังต้องได้จังหวะจะโคนที่พอดี”

 

คาดปปช.หลักล้านเฝ้าฯรับเสด็จ

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเชิญพระราชอาคันตุกะ ได้ตกลงกันว่าจะไม่มีการเชิญ เพราะพระองค์มีรับสั่งมาว่าไม่อยากให้มีการรบกวน แต่หากประเทศใดจะเดินทางมาให้แจ้งความประสงค์มา จะถือเป็นแขกของรัฐบาล เราจะดูแลต้อนรับอำนวยความสะดวกอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถติดตามพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จากการถ่ายทอดสดและเทปบันทึกภาพจากทางโทรทัศน์ หรือมาเฝ้าฯรับเสด็จได้ตามริมเส้นทางเสด็จฯเลียบพระนคร ในวันที่ 5 พฤษภาคม และมาเฝ้าฯรับเสด็จออกสีหบัญชร ที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ตั้งแต่บริเวณถนนสนามไชยเข้าไปยังสวนสราญรมย์ วนออกไปทางศาลฏีกา สนามหลวง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนนับแสนนับล้านมาร่วมเฝ้าฯชื่นชมพระบารมี 

“ภาพรวมการจัดเตรียมงานพิธีบรมราชาภิเษกคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 แล้ว งานพระราชพิธีครั้งนี้รัฐบาลตั้งงบไว้ 1,000  ล้านบาท จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ใช้ไปแล้วจะอยู่คงทนถาวร ไม่สิ้นเปลือง เช่นในการปรับปรุงเส้นทางต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย เช่นจะมีการนำสายไฟลงดินในพื้นที่ 7 กิโลเมตรที่เป็นเส้นทางเสด็จฯ การซ่อมแซมเรือในพระราชพิธีที่เราไม่ได้ซ่อมมากว่า 10 ปี” นายวิษณุกล่าว

 

กทม.ปรับปรุงพื้นที่เสร็จเดือนมี.ค.

ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวในหัวข้อ การจัดพื้นที่สำหรับประชาชนเพื่อเฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า กทม.รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญนี้ โดยได้รับมอบหมายอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้าฯ ในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเลียบพระนครด้วยขบวนพระพยุหยาตราสถลมารค จากพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และในวันที่ 6 พฤษภาคม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออก ณ สีหบัณชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งขณะนี้ กทม.ได้ดำเนินการ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับปรุงภูมิทัศน์ เส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมพื้นผิวการจราจร เรื่องไฟฟ้าแสงสว่างระบบการสื่อสาร รวมไปถึงการตีเส้นเครื่องหมายจราจรในจำนวนกว่า 20 เส้นทาง ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 75 ส่วนเรื่องสายไฟฟ้าและระบบติดต่อสื่อสารต่างๆมีความก้าวหน้ามากกว่าร้อยละ 50 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทุกอย่างภายในวันที่ 15 มีนาคม

ผู้ว่ากทม.กล่าวอีกว่า 2.ปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติเนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้ดำเนินการปรับปรุงถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และตรงบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวม 32 ซุ้ม และซุ้มเฉลิมพระเกียรติทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 106 ซุ้ม พร้อมประดับธงตราสัญลักษณ์ที่เสาคู่กับธงชาติไทย จำนวน 4,000 ชุด คาดว่าจะเสร็จไม่เกินเดือนมีนาคมเช่นเดียวกัน 3.การประดับตกแต่งต้นไม้ ซุ้มดอกไม้สด ดอกไม้แห้งและอื่นๆ จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม โดยเฉพาะดอกไม้สดจะคงความสดและสวยงามไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม และ4.การซ่อมแซมโบราณสถาน 12 แห่ง รอบเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ซึ่งได้มีการทาสีกำแพงโบราณ ทาสีอาคารอนุรักษ์ไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯที่มีอาคารบ้านเรือนอยู่ตามเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ได้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเรียบร้อย และตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้ที่หน้าบ้าน ขณะที่ กทม.จะตั้งโต๊ะหมู่บูชาอีกจำนวน 25 จุด เบื้องต้นรอสำนักนายกรัฐมนตรีทำเรื่องถึงสำนักพระราชวัง เพื่อขอพระราชทานพระราชานุญาต ในการจัดทำโต๊ะหมู่บูชาให้เป็นรูปแบบเดียวกัน” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว

 

สตช.จัดคุมเข้มความปลอดภัยพื้นที่พระราชพิธี

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวในหัวข้อ การรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า การรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จัดทำร่างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดย สตช.บูรณาการแผนปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการถวายความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ พื้นที่ชั้นใน พื้นที่ชั้นกลาง และพื้นที่ชั้นนอก และกำหนด 6 โซน มีจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ ก่อนเข้าพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการจราจรจะเริ่มปิดถนนตั้งแต่ช่วงพระราชพิธีเบื้องกลาง คือวันที่ 2-4 พฤษภาคม ที่จะปิดการจราจรพื้นที่ชั้นใน 8 เส้นทาง ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนท้ายวัง ถนนหน้าหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนสราญรมย์ และจะจัดให้เดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง จากนั้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่จะมีการเสด็จเลียบพระนคร จะยกระดับปิดการจราจร 27 เส้นทาง และวันที่ 6 พฤษภาคม เสด็จออก ณ สีหบัญชร และปิดการจราจรเหลือ 17 เส้นทาง

อย่างไรก็ตาม สตช.ได้จัดพื้นที่จอดรถรองรับประชาชนรอบ 4 มุมเมืองกรุงเทพฯ รวมจำนวน 27 แห่ง ด้านทิศเหนือที่เมืองทองธานี ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ศูนย์ราชการฯ และสโมสรตำรวจ, ทิศใต้  บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลพระราม 2, ทิศตะวันออก บริเวณศูนย์การค้าเมกะบางนา ไบเทคบางนา และทิศตะวันตก บริเวณเซ็นทรัลเวสเกต ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถชัตเตอร์บัสรับ-ส่งประชาชนเข้าสู่พื้นที่พระราชพิธี 5 แห่ง ได้แก่ บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก แยกวิสุทธิกษัตริย์ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และปากคลองตลาด  เพื่อให้ประชาชนเดินเท้าเข้าไปยังพื้นที่พระราชพิธี นอกจากนี้ยังมีระบบขนส่งทางราง และทางน้ำเข้าพื้นที่ได้อีกด้วย ซึ่งเร็วๆนี้ สตช.จะประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ ว่ามีการปิดการจราจรและอำนวยความสะดวกอย่างไรบ้าง

 

กรมประชาฯเปิดคลังข้อมูลงาน ‘บรมราชาภิเษก’ ทางออนไลน์

นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวในหัวข้อ การประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำข้อมูลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรูปแบบออนไลน์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.phralan.in.th มาจากคำว่าพระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ผ่านหนังสือสำคัญๆที่บรรจุในรูปแบบอีบุ๊ก 4 เล่ม คือ หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฉบับภาษาไทย มี 192 หน้า มีตั้งแต่พระราชประวัติ ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชภิเษกในอดีตมาถึงรัชกาลที่ 9, หนังสือพระราชพิธีฯฉบับภาษาอังกฤษ, หนังสือประมวลบทความเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และหนังสือประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มี 143 หน้า เพิ่งเปิดตัวเร็วๆนี้ ซึ่งมีเนื้อหาพิเศษถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 10 รวมถึงคลิปที่เกี่ยวข้องของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ 2.เพจเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีเนื้อหาเช่นเดียวกับเว็บไซต์พระลาน และ3.คิวอาร์โค๊ตและกูเกิ้ลไดรพ์ บรรจุข้อมูลต่างๆข้างต้นไว้เพื่ออำนวยความสะดวก

นางทัศนีย์กล่าวอีกว่า ในการแถลงข่าววันนี้ยังถือเป็นการเปิดศูนย์สื่อมวลชนย่อย เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมถึง 26 เมษายน ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ก่อนย้ายไปเปิดศูนย์สื่อมวลชนหลัก ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนถึง 6 พฤษภาคม ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ ยังมีสายด่วนสอบถามข้อมูลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โทร.1257 เปิดให้บริการ 10 คู่สาย อย่างไรก็ดี กรมเตรียมสร้างความรู้ความเข้าใจพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแก่ประชาชน ให้เข้าใจความหมายและซาบซึ้งพระราชพิธีด้วยกัน