เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 มีนาคม มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ยาเสพติดให้โทษที่มีกัญชาหรือสารสกัดจากกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทาการแพทย์และการศึกษาวิจัย โดยมี นพ.ชาตรี บานชื่น ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานการประชุม ซึ่งใช้เวลาประชุมประมาณ 4 ชั่วโมง
โดยนพ.ชาตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในเรื่องของฉลากทั่วไปที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์กัญชาหรือสารสกัดจากกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทาการแพทย์และการศึกษาวิจัยทั้งในส่วนของคำเตือน ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้ เช่น หญิงมีครรภ์ มีอายุน้อย และผู้ป่วยจิตเวชบางโรค เป็นต้น และข้อบ่งใช้ โดยกำหนดไว้เป็น 4 กลุ่มโรคที่มีผลการวิจัยชัดเจนว่าใช้กัญชาได้ผล
นพ.ชาตรี กล่าวอีกว่า รวมถึง เปิดกว้างอีกข้อบ่งใช้พิเศษ คือ ในกลุ่มโรคที่คาดว่าน่าจะมีประโยชน์ โดยในกลุ่มนี้จะต้องเป็นการตกลงร่วมกัน ในการที่จะใช้ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย และจะต้องดำเนินการในโรงพยาบาลของรัฐที่ให้การรับรองการใช้กัญชาเท่านั้น และจะต้องเสนอขออนุญาตขึ้นทะเบียนการใช้เป็นการกรณี ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมการแพทย์ไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในวันที่ 8 มีนาคม 2562 อย่างไรก็ตาม ฉลากนี้เป็นฉลากทั่วไปที่จะต้องมีในผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ แต่เมื่อผลิตภัณฑ์กัญชาแล้วเสร็จจะต้องมีการกำหนดฉลากเฉพาะของผลิตภัณฑ์ด้วย โดยจะต้องระบุว่ามีสาระสำคัญ เช่น ซีบีดี หรือทีเอชซีสัดส่วนเท่าไหร่
“ในกลุ่มข้อบ่งใช้พิเศษที่เป็นกลุ่มโรคที่คาดน่าจะใช้ได้ผลนั้น แพทย์ที่ใช้จะต้องรายงานผลการใช้ ผลแทรกซ้อนต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษด้วย เพื่อเป็นความรู้ในการใช้พัฒนา หากปรากฎว่าใช้ได้ผลดีก็จะบรรจุกลุ่มโรคนั้นเข้าสู่กลุ่มโรคที่มีข้อบ่งใช้ที่มีผลรักษาชัดเจนแล้วต่อไปด้วย “นพ.ชาตรีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 4 กลุ่มโรคที่สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ คือ 1.ลมชักในเด็ก 2.ปลอกประสาทอักเสบ 3.ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการได้รับยาเคมีบำบัด และ4.ปวดเรื้อรัง ส่วนกลุ่มโรคที่น่าจะใช้ได้ผล อาทิ โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ เป็นต้น


