นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ผลจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาทั้งภัยแล้งและพายุฝนในหลายพื้นที่ ในส่วนสถานบริการสาธารณสุขนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่าโรงพยาบาลได้รับผลกระทบแล้ว 2 แห่ง คือ โรงพยาบาล (รพ.) ศูนย์มหาราชนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการจัดบริการผู้ป่วย ล่าสุดได้มอบหมายให้นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. เดินทางไปร่วมแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การสร้างระบบน้ำประปาผิวดิน บ่อเก็บน้ำ ขุดบ่อบาดาลเพิ่ม เพื่อให้มีน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูร้อน และ รพ.อุดรธานี ได้รับผลกระทบจากฝนตกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน น้ำไหลเข้าอาคาร โดยมอบหมายให้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัด สธ.ลงพื้นที่ด้วย
นพ.ปิยะสกล กล่าวอีกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในระยะสัปดาห์นี้จะมีฝนตกหนักเกือบทุกภาคของประเทศ ได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถจัดบริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสำรวจและซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างให้แข็งแรง จัดการระบบระบายน้ำ รวมทั้งการขนย้ายยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหาย
ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า รพ.ศูนย์มหาราชนครศรีธรรมราชที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ได้แก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนไปแล้วโดยประสานกองทัพภาคที่ 4 ส่งทหารช่วยขนน้ำ 200 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน เพราะต้องการใช้น้ำวันละ 1,366 ลบ.ม. แต่บ่อเดิมมีความจุ 1,154 ลบ.ม. รวมทั้งปรับระบบบริการที่ไม่เร่งด่วน เช่น เลื่อนนัดการผ่าตัดผู้ป่วยโรคที่ไม่เร่งด่วน จัดรถบริการรับ-ส่งผู้ป่วยโรคไตที่ไม่ฉุกเฉินไปโรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งโรงพยาบาลยังให้เปิดบริการตรวจรักษาที่ตึกผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉินได้ตามปกติ ส่วนระยะยาวเตรียมสร้างบ่อพักน้ำเพิ่มความจุ 4,000 ลบ.ม.เพิ่มจากบ่อเดิม และเจาะบ่อบาดาล จะประเมินผลความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง
“สำหรับที่ รพ.อุดรธานี ซึ่งน้ำท่วมเข้าตัวอาคารจากฝนตกหนักเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ขณะนี้ เปิดบริการตรวจรักษาได้ตามปกติ เหตุจากการระบายน้ำชั้นดาดฟ้า และระบบระบายน้ำทั้งในและนอกโรงพยาบาลระบายไม่ทัน ทำให้น้ำไหลเข้าตัวอาคาร โดยได้เร่งจัดการแก้ไขระบบระบายน้ำแล้ว” นพ.โสภณ กล่าว

