พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พ.ต.ท.ภูริส จินตรานันท์ รอง ผกก.ป.สน.บางรัก พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. นำกำลังร่วมกันทลายแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จับกุมผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์บริเวณตลาดคลองถม จับกุมร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 9 ร้าน ได้ผู้ต้องหา 5 คน เป็นคนไทย 3 คน สัญชาติลาว 2 คน พร้อมด้วยของกลาง น้ำยา 1,729 ขวด บุหรี่ไฟฟ้า 113 อัน
อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า 198 ชิ้น รวม 2,040 รายการ มูลค่าประมาณ 500,000 บาท
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม จับกุมผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์บริเวณตลาดนัดกลางคืนทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จับกุมร้านค้าจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 21 ร้าน ได้ผู้ต้องหา 18 คน เป็นคนไทย 16 คน สัญชาติเมียนมา 2 คน พร้อมด้วยของกลาง
น้ำยา 1,127 ขวด บุหรี่ไฟฟ้า 81 เครื่อง อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า 752 ชิ้น อุปกรณ์อื่นๆ 25 รายการ รวม 1,985 รายการ มูลค่าประมาณ 425,000 บาท
ดำเนินคดีข้อหา 1.ขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าหรือตัวยา บารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า (มาตรา 36, 56 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522)
2.ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากโดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (มาตรา 30, 42 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522)
3.ขายหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐมนตรีที่มีคำสั่งห้ามขายหรือนำเข้า (มาตรา 11 วรรค 3 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535)
4.นำเข้าซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560)
5.ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อรับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 (มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 )
6.นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้าม ตามมาตรา 5 (1) หรือฝ่าฝืนมาตรา 7 (1) มาตรา (20) พ.ร.บ.การส่งออกฯ
7.มีไว้ในครอบครองและขาย หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือภาษีไม่ครบถ้วน (มาตรา 203, 204 พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 )
8.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (มาตรา 8, 110 วรรค 1 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าว พ.ศ.2560 ) ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน พื้นที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
“การกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นความผิดตามกฎหมาย ดังนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, 36, 42, 56 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 มาตรา 11 วรรค 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242, 246 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.การส่งออกฯ มาตรา 5 (1) หรือฝ่าฝืนมาตรา 7 (1) มาตรา (20) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าครึ่งของสินค้าที่นําผ่าน หรือทั้งจําทั้งปรับ กับให้ริบสินค้ารวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดรวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย
พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 203, 204 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับตั้งแต่ห้าเท่าถึงสิบห้าเท่าของค่าภาษีที่จะต้องเสียหรือที่เสียไม่ครบถ้วน แต่ต้องไม่ต่ำกว่าแปดร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 8, 110 วรรค 1 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว




