แม่คร่ำครวญลูกโดนวิสามัญไม่เชื่อเป็นโจรชิง7.2 ล้านรถขนเงิน บอกเป็นคนดีขอความเป็นธรรม

4.03.19 | 12:16 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ(รพ.ตร.)มารดาและแฟนสาวของนายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เงินสด 7.2 ล้านบาท จากพนักงานรถขนเงิน บริงค์ส เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เดินทางมารับศพของนายทักษ์ดนัย ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน ที่ริมพงหญ้ากลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม


ด้านนางสุพัตรา เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 49 ปี มารดาของนายทักษ์ดนัย กล่าวว่าตนเองมีลูกชาย 2 คน นายทักษ์ดนัยเป็นคนโต ก่อนเกิดเหตุก็อยู่ด้วยกันกับตนเองตลอดที่บ้าน เพราะแฟนของลูกชายก็พักอาศัยอยู่กับตนเอง ปกติลูกชายตนเองเป็นคนนิสัยดี รักครอบครัว ดูแลตนเองมาตลอด
แต่วันที่เกิดเหตุตนเองติดต่อลูกชาย ไม่ได้เพราะนัดลูกชายให้รับตนเอง แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย แฟนลูกชายก็ติดต่อไม่ได้ เห็นอีกที่ก็ดูข่าวในโทรทัศน์แล้วจึงทราบเรื่อง

ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุว่า ลูกชายเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต เมื่อปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ส่วนตัวไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนก่อเหตุ เพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และบ้านที่พักอาศัยอยู่ปัจจุบัน เป็นการนำเงินเก็บพร้อมเงินของบุตรชาย และตนเองมาซื้อยืนยันว่าไม่ได้นำเงินจากการกระทำผิดกฎหมายมาซื้อแต่อย่างใด ส่วนลูกชายจะเคยทำงานบริษัทรถขนเงินหรือไม่ ตนเองไม่ทราบข้อมูล

มารดาของนายกอล์ฟ กล่าวว่าสำหรับเหตุการ์ณวิสามัญที่เกิดขึ้นตนเองมองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจพยายามปกปิดข้อมูล และสร้างสถานการ์ณขึ้นมา เพราะลูกชายตนเองไม่มีอาวุธปืน และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาว่าพบปืนที่ลูกชายนำไปทิ้งแล้ว และไม่มีทางเป็นไปได้ที่ลูกชายจะต่อสู้ หลังจากนี้ตนเองจะเดินหน้าขอความเป็นธรรมและหากเป็นไปได้จะขอให้พิสูจน์ศพลูกชายของตนเองอีกครั้ง

Advertisement

ขณะที่บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม่ของนายทักษ์ดนัยร้องไห้อย่างหนัก ลงไปนั่งกับพื้น พร้อมตะโกนจะขอความยุติธรรมให้ลูกชาย แม่ไม่ยอมเด็ดขาด ลูกแม่ไม่ได้ทำ ปืนเป็นของตำรวจ

เวลา 14.45 น. นางสุพัตรามารดาของนายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ ได้เดินทางพบ พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู เพื่อนำเอกสารการตายของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการของใบมรณบัตร เพื่อนำไปขอรับศพของลูกชายมาบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดหนองแขม ย่านซอยเพชรเกษม 81

เบื้องต้นมารดาของผู้ตายแจ้งกับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสั่นเครือเสียอกเสียใจว่า จะนำศพลูกชายบำเพ็ญกุศลไว้ที่ศาลา 2 วัดหนองแขม ส่วนจะไว้กี่วันนั้นต้องรอปรึกษากับครอบครัวก่อน

ด้านพ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู เปิดเผยว่า สำหรับในส่วนของทางสน.ก็จะต้องทำการเก็บพิสูจน์หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นรอยนิ้วมือ และผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อประกอบสำนวนในการส่งฟ้องต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการวิสามัญเนื่องจากนายทักษ์ดนัย ยังคงวนเวียนอยู่แถวย่านพุทธมณฑลสาย 3 และ สาย 4 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามตัวกลับพบว่านายทักษ์ดนัย พยายามหลบหนีการจับกุมก่อนที่จะยิงต่อสู้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 นัด นั้นกระทำดังกล่าวถึงเป็นการต่อสู้และขัดขวางการจับกุม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องมีการป้องกันตัว เรื่องดังกล่าวไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เสียใจกับเหตุการณ์นี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ก่อเหตุว่าหากทำผิดก็ควรมารับผิดตามกฎหมายกับหลบหนีหรือการขัดขืนการจับกุมมีแต่สูญเสีย

ข่าวแจ้งอีกว่าจากการสอบปากคำนายจิรายุส สวนมิ อายุ 20 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนชิงถุงเงิน จากพนักงานขนเงินของบริษัท BRINKS ให้การว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ในลักษณะดังกล่าวกับนายทักษ์ดนัยมาจำนวน 2 ครั้ง ซึ่งในครั้งนี้ นายทักษ์ดนัยก็ได้ชักชวนให้มาก่อเหตุ หลังก่อเหตุเสร็จนายทักษ์ดนัยก็เป็นคนนำเงินไปเก็บซึ่งเปลี่ยนที่เก็บมาทั้ง 3 ครั้ง กระทั่งครั้งสุดท้ายเก็บที่ห้องเช่าภายในซอยเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้​ 4/1-1 และนายทักษ์ดนัยได้บอกกับนายจิรายุสว่าเงินที่ได้ทำการชิงทรัพย์มานั้นมีเพียง 5 ล้านบาท แต่เมื่อปรากฎตามข่าวพบว่าเป็นเงิน 7 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อไปค้นห้องพักพบว่าเงินมีเพียง 3.6 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำงานตรวจสอบเส้นทางการเงิน และที่ซุกซ่อนเงินที่เหลือว่ามีการถ่ายโอนหรือจำหน่ายไปให้ใคร โดยจะทำการตรวจสอบจากเพื่อนและญาติบุคคลใกล้ชิดต่อไป

ข่าวแจ้งอีกว่าจากแนวทางการสอบสวนเมื่อก่อนเมื่อช่วงต้นปี 2560 นายทักษ์ดนัยได้ถูกให้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัท RINKS ทำให้เกิดสภาพทางการเงินขัดคล่อง ไม่มีการทำธุรกรรมทางการเงินแต่อย่างใด แต่หลังจากช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ได้มีการซื้อบ้านที่พัทยาในราคา 6 ล้านบาทโดยจากเป็นเงินสด ซึ่งข้อมูลมีความสอดคล้องต้องกันกับกรณีที่มีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์รถขนเงินในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 จึงได้ทำการขยายผลกระทั่งทราบว่านายทักษ์ดนัยเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา และได้มาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในครั้งนี้ก่อนจะโดยวิสามัญไป