พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 นำหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนและปราบปรามในสังกัด และกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน รวมทั้งสิ้น 350 นาย เข้าตรวจค้นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อเป็นการป้องกันและระงับเหตุก่อนถึงกิจกรรมวันสถาปนาสถาบัน หรือ วันบลู เดย์ วันที่ 1 กุมภาพันธ์
โดยในส่วนของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เจ้าหน้าที่พบอาวุธมีดทั้งหมด 12 เล่ม แต่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย พบอาวุธมีดชนิดต่างๆ รวม 43 เล่ม, กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร, 11 มิลลิเมตร และ 38 ซุปเปอร์ รวม 52 นัด, เครื่องยุทธภัณฑ์ต่างๆ, ชุดเกราะ และปุ๋ยยูเรีย ประมาณ 10 กิโลกรัม กระจายซุกซ่อนในที่ต่างๆ เช่น ตู้ล็อกเกอร์ภายในห้องพักนักกีฬา
โดย พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบที่มาของอาวุธทั้งหมด หากพบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของจะดำเนินการเอาผิดทุกราย ทั้งนี้ มีนักศึกษา 2 คน ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าพกพาอาวุธมีด
ส่วนปุ๋ยยูเรียถูกตรวจยึดจากการตรวจสอบไม่พบชนวนระเบิด เจ้าหน้าที่จึงยังไม่สรุปว่ามีเจตนานำไปใช้เป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน
สำหรับมาตรการป้องกันของเจ้าหน้าที่ในกิจกรรมวันสถาปนาสถาบัน จะจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และสถาบันการศึกษา ในการตรวจสอบและสังเกตนักศึกษาที่มาร่วมงาน

ด้าน นายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย ระบุว่า ไดัมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายอาคารสถานที่ ฝ่ายกิจการนักศึกษา ตรวจค้นภายในมหาวิทยาลัยเป็นประจำอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นกฎระเบียบ ซึ่งหากพบนักศึกษาพกพาอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาก็จะมีโทษตั้งแต่ให้พักการเรียนไปจนถึงให้พ้นจากสภาพการเป็นนักศึกษา
ขณะเดียวกัน รองอธิการบดีขอชี้แจงถึงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ที่มีการยึดอาวุธและเครื่องยุทธภัณฑ์จำนวนมากว่า ส่วนหนึ่งฝ่ายกิจการนักศึกษาตรวจยึดได้และนำมาเก็บรวบรวมไว้ ส่วนปุ๋ยยูเรียที่ยึดได้เป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงรักษาต้นไม้ภายในมหาวิทยาลัย และน้ำมันสน นักศึกษานำมาใช้ทำความสะอาดรั้วมหาวิทยาลัย
ส่วนวันครบรอบวันสถาปนาของสถาบัน หรือวันบลูเดย์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ยอมรับว่ามีความกังวล ซึ่งได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยมีอำนาจเพียงการจัดงานแค่ช่วงเช้าถึงกลางวันเฉพาะการจัดพิธีทางศาสนาเท่านั้น แต่หากคณะศิษย์เก่าจะจัดงานกลางคืน ทางมหาวิทยาลัยไม่มีอำนาจอนุญาตได้ โดยเบื้องต้นได้กำชับให้ศิษย์เก่าที่ประสงค์จะจัดงานประเพณีในช่วงกลางคืนต้องขออนุญาตจากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เท่านั้น



