พบ 2 ผู้ให้การช่วยเหลือ’กอล์ฟ’โจรจี้รถขนเงิน 7.2 ล้าน ย้ำเหตุวิสามัญคนร้ายยิงสู้

5.03.19 | 15:49 น.
แฟ้มภาพ

จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าทำการวิสามัญฆาตกรรม นายทักษ์ดนัย หรือกอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลตลิ่งชัน ที่ จ.79/2562 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธ ขู่เข็ญเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน ซึ่งก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ เงินสด 7.2 ล้านบาท จากพนักงานรถขนเงิน BRINKS เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวขัดขืนการเข้าจับกุมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เหตุเกิดริมพงหญ้ากลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.


เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้สืบสวน เบื้องต้นพบมีผู้ที่เกี่ยวข้องและให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีนี้อีกอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ และติดตามเงินที่หายไปกลับคืนมา ส่วนกรณีที่แม่ของผู้ต้องหาที่ถูกวิสามัญร้องว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจยืนยันว่า คนร้ายยิงใส่ตำรวจก่อนจึงจำเป็นต้องยิงต่อสู้ และมีหลักฐานชัดเจน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและมั่นใจในพยานหลักฐาน

พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ บ้านที่นายกอล์ฟซื้อให้มารดา ก่อนหน้านี้ นายแบงก์ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ ก็บอกว่าเป็นเงินที่ได้จากการชิงรถขนเงิน รวมกว่า 6.2 ล้านบาท จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 แต่แม่นายกอล์ฟบอกว่า ลูกชายถูกรางวัลที่ 1 จึงนำเงินมาซื้อบ้าน ซึ่งจะทำการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ ปปง.ตรวจเช็ก หากเป็นเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ไปซื้อบ้าน ต้องทำการตรวจยึด เพราะเป็นเงินที่ได้จากการกระทำผิด

ด้าน พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู กล่าวว่า ตามที่ได้มีการนำเสนอว่า นายทักษ์ดนัย คนร้ายที่ถูกวิสามัญ ได้นำเงินที่มาจากการจี้ชิงทรัพย์ในท้องที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อปี 2560 มาใช้ในการซื้อบ้านที่พักอาศัยอยู่กับแม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยึดทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้มาจากการจี้ชิงเงิน ซึ่งจะต้องรอให้ขั้นตอนทางคดีเสร็จสิ้นเสียก่อน โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกร่วมเดือน จึงจะประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.การฟอกเงินต่อไป ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายให้ติดตามในประเด็นนี้ ควบคู่ไปกับการสรุปสำนวนคดีเรื่องชิงทรัพย์อีกด้วย ส่วนกรณีที่นางสุพัตรา แม่ของผู้ตายได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าลูกของตนเป็นผู้บริสุทธิ์นั้น ทางตำรวจสามารถหาข้อยุติได้ ยืนยันว่ามีหลักฐานที่ยืนยันการกระทำผิดของผู้ตายอยู่จริง

Advertisement

สำหรับประเด็นที่ว่า ยังมีผู้สนับสนุนคนร้ายในการก่อเหตุอยู่เพิ่มเติมอีกด้วยนั้น อยู่ในรายละเอียดของชุดสืบสวนของกองบังคับการตำรวจนครบาล รับทำหน้าที่ในการสืบสวนติดตามตัวอยู่ต่อไป