ลอบบึ้มทหารพราน-ชุดคุ้มครองตำบลเจ็บ 3 ขณะลาดตระเวน รปภ.ครูปะนาเระ ‘จักรทิพย์’ สั่งล่า เพิ่มมาตรการคุมเข้ม

6.03.19 | 15:08 น.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ว่าได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ว่า เมื่อเวลา 12.10 น.ที่ผ่านมา สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดทหารพราน ร้อย ทพ.4215 ฉก.ทพ.42 จนท.ชุดโครงการร่วม จนท.ชุดปฏิบัติการคุ้มครองตำบลน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี บริเวณพื้นที่ ม.2 ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จว.ปัตตานี ขณะออกลาดตระเวน รปภ.ครูในพื้นที่ เบื้องต้นกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เป็นทหาพราน 1 นาย เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบล 2 นาย ถูกนำตัวส่ง รพ.ปะนาเระ เพื่อทำการรักษาตัวต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุระเบิด ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มุ่งหวังต่อชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ

“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บูรณาการกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบตามเส้นทางที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมา สอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว