เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในทุกพื้นที่ของประเทศ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้รับผลกระทบในวงกว้าง และกรณีปัญหาไฟป่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้สั่งการทุกเหล่าทัพ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในทุกพื้นที่
“ผบ.ตร. กำชับและสั่งการให้กองบัญชาการในสังกัดทุกพื้นที่ เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง ตรวจสอบควบคุมและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเฝ้าระวังและตรวจสอบกรณีมีการกักตุนสินค้า เพื่อจำหน่ายในราคาที่สูงเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมทั้งมีแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์ และให้เฝ้าระวัง มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาภัยแล้งและไฟป่า โดยให้ทำการบูรณาการร่วมกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนการปฎิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร่วมบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำอุปโภคและบริโภคของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากหรือเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ” รองโฆษกตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ผบ.ตร.ให้จัดชุดฉุกเฉินพร้อมช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือและรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานตำรวจนั้นมีประสบการณ์ในการเผชิญเหตุเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ และมีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอประชาสัมพันธ์ในช่วงนี้เป็นห้วงฤดูร้อน อากาศมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง ขอให้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สถานที่ทำงานต่างๆให้ดี และขอให้ประชาชน เฝ้าฟังและติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐหรือสื่อสารมวลชนต่างๆ โดยหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องสามารถติดต่อได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน อีกทั้งยังสามารถแจ้งข้อมูลมายังสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงหรือแจ้งมายังหมายเลข สายด่วน 191 , 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

