เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี นายชัชชน สุภีเมฆ อายุ 41 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าถูกดาบตำรวจชุดสืบสวนของ สน.ท่าข้าม ชักปืนออกมาข่มขู่และยิงขึ้นฟ้า 2 นัด โดยมีหลักฐานเป็นปลอกกระสุนปืนและภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เอาไว้แล้ว แต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและกังวลเรื่องความปลอดภัย ว่าได้รับรายงานจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.30 น. พนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ได้รับแจ้งว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ด.ต.ศักดิ์สุริยา เศรษฐาวงศ์ ผบ.หมู่ งานสืบสวน สน.ท่าข้าม ลงจากรถมา คล้ายลักษณะคนเมาสุราได้ชักอาวุธปืนออกมาจากเอวแล้วยิงขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัด จากนั้นเดินเข้าไปหาพยานแล้วพูดว่า พวกมึงเสียงดังอะไร และได้ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 1 นัดจากนั้นได้เก็บอาวุธปืนเหน็บไว้ที่เอว แล้วหลบหนีไป
“ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ ด.ต.ศักดิ์สุริยา ในความผิดฐาน พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านฯ และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว โดยการขู่เข็ญ พร้อมกันนี้ยังได้รายงานเหตุไปยังผู้บังคับบัญชา สน.ท่าข้าม ต้นสังกัด ของ ด.ต.ศักดิ์สุริยา แล้ว ซึ่ง สน.ท่าข้าม ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ยังธุรการ สน.ท่าข้าม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและไม่ให้พบปะกับประชาชน”รองโฆษกตร.กล่าว
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย โดยหากพบว่าตำรวจเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองและสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ท่าน ผบ.ตร.ยอมรับไม่ได้ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด และจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

