ยกระดับ’เทียร์2’ยังไม่พอ ‘รุจ เขื่อนสุวรรณ’อธ.อัยการค้ามนุษย์ติวเข้มอัยการ เพิ่มเทคนิคสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายให้เหมาะสม ชี้ ขบวนการค้ามนุษย์มีพัฒนาการใช้เทคโนโลยีปิดบังยากต่อการหาพยานหลักฐานนำตัวมาลงโทษยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐานการดำเนินคดีค้ามนุษย์สำหรับพนักงานอัยการ โดยการจัดโครงการอบรมฯ ในครั้งนี้ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (International Narcotics and Law Enforcement : INL) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย จัดอบรมให้กับพนักงานอัยการประจำกอง รุ่นที่ 52 จำนวน 87 คน ซึ่งทำการอบรมระหว่างวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานอัยการมีความตระหนักในความสำคัญและความร้ายแรงของการค้ามนุษย์ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานประเภทต่าง ๆ เทคนิคการสอบปากคำผู้เสียหายและพยาน การดำเนินคดีในชั้นอัยการและบทบาทของสหวิชาชีพ การให้ความคุ้มครอง เยียวยา และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้อย่างเหมาะสม รวมทั้ง เข้าใจถึงการทำงานแบบบูรณาการ กับหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในคดีค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำผิดได้ตามข้อกล่าวหา สามารถให้ความคุ้มครองและเยียวยา ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายได้อย่างเหมาะสมต่อไป

นายรุจกล่าวว่า ปัจจุบันการค้ามนุษย์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เป็นการไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นปัญหาสำคัญของโลก แม้ในปี 2561 ประเทศไทยจะได้รับการยกระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ซึ่งจัดโดยสหรัฐอเมริกา จากระดับ เทียร์2 วอค์ช ลิสต์ (TIER 2 WATCH LIST) เป็น เทียร์ 2(TIER 2) แต่กลับพบว่าในปัจจุบันการค้ามนุษย์ได้ทวีความรุนแรง และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กและผู้ใหญ่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ถูกบังคับขู่เข็ญหลอกลวงเพื่อนำไปหาประโยชน์โดยมิชอบ ถูกบังคับค้าประเวณี ถูกบังคับขอทาน ถูกบังคับใช้แรงงานตามบ้าน และในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น โดยวิธีการบังคับขู่เข็ญหลอกลวง เพื่อนำผู้เสียหายไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบนั้น มีวิธีการหลากหลาย มากขึ้น อีกทั้งรูปแบบคดีค้ามนุษย์ในปัจจุบัน เป็นคดีที่มีผู้กระทำผิดในขบวนการจำนวนมากทั้งภายในประเทศ และเกี่ยวเนื่องกันในหลายประเทศ มีการใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เป็นเครื่องมือ มีการใช้เทคโนโลยีปิดบังตนเอง ซึ่งยากต่อการรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ อีกทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ยังเป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีประสิทธิภาพ ให้การคุ้มครอง และการเยียวยาแก่ผู้เสียหาย ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือในการดำเนินการป้องกันปราบปรามและแก้ไขการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง


