กทม.เฝ้าระวังไข้เลือดออกระบาดกรุงฯ หลังพบผู้ป่วยแล้ว 747 ราย “บางขุนเทียน-บางบอน” พื้นที่เสี่ยง

7.03.19 | 16:31 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่อาคารธานีนพรัตน์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ครั้งที่ 3โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. นางศิลปะสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขตและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในที่ประชุมสำนักอนามัย ได้รายงานสถานการไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯโดยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม ปี 2562 จำนวน 9,044 ราย เสียชีวิต 7 ราย ส่วนในพื้นที่กรุงเทพปี 2562 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม จำนวน 747 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยส่วนใหญ่ พบผู้ป่วยในช่วงอายุ  5-14 ปี จำนวน 185 ราย รองลงมา ช่วงอายุ 15-34 ปี จำนวน 333 ราย และ ช่วงอายุ 0-4 ปี จำนวน 42 ราย ซึ่งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเป็นพื้นที่เขตบางขุนเทียนและเขตบางบอน เนื่องจากเป็นพื้นที่กว้างและมีสวนของประชาชนจำนวนมากกระจายอยู่ในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่มีน้ำขัง อีกทั้งเป็นชุมชนแออัด

อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกมีความรุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงได้กำชับให้ทั้ง 50 สำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกแก่ประชาชนและนิติบุคคลของหมู่บ้านจัดสรรทั่วพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาการกำจัดยุงลายพาหะนำโรคแบบลดการฉีดพ่นสารเคมีเช่นการใช้เครื่องดักยุง เป็นต้น และมีเอกสารการป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นภาษาต่างประเทศเช่นอังกฤษจีนญี่ปุ่นพม่าและเขมร เป็นต้น  ตลอดจนกำหนดมาตรการการควบคุมไข้เลือดออก ในสถานที่ทำงานเมื่อพบผู้ป่วย เพื่อให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ครบวงจร ขณะเดียวกันจัดให้มีกิจกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกในสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังให้เด็กนำไปปฏิบัติต่อที่บ้านและโน้มน้าวผู้ปกครองให้เข้าร่วมกิจกรรมการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในบ้านเรือน

ด้านนายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กล่าวว่า เมื่อพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก กทม.มีมาตรการเฝ้าระวังควบคุมโรคโดยใช้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ลงดำเนินการสอบสวนการระบาด ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายทั้งในบ้านและบริเวณรอบบ้าน พ่นสารเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัยในรัศมี 100 เมตรรอบบ้านผู้ป่วย ภายใน 24 ชั่วโมง และจะลงพื้นที่เฝ้าระวังต่อเนื่องไปอีก 5ครั้ง เพื่อให้ควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และนอกเหนือจากที่พักอาศัย จะมีการตรวจสอบโรคจากสถานที่ทำงาน หรือโรงเรียนของผู้ป่วย ซึ่งอาจเป็นแหล่งก่อโรคได้เช่นกัน ซึ่งในพื้นที่เขตที่พบผู้เสียชีวิตจะเฝ้าติดตามต่อเนื่องอย่างเข้มข้นอย่างน้อย 1-2เดือน เพื่อไม่ให้เกิดผู้ป่วยซ้ำ อีกทั้งยังประสานจังหวัดปริมณฑลเพื่อควบคุมดูแลโรคตามพื้นที่แนวต่ออีกด้วย ทั้งนี้ข้อมูลจากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จะเป็นกลุ่มที่พักอาศัยรูปแบบบ้านเช่า บ้านเดี่ยว และกลุ่มคนงานก่อสร้าง ซึ่งในพื้นที่นั้นๆ อาจมีจุดอับ หรือจุดที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายได้ ดังนั้น กทม.จะมีการสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในพื้นที่เสี่ยงทุกสัปดาห์ ได้แก่ ชุมชน โรงเรียน ศาสนสถาน สถานพยาบาล สวนสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชน ในการร่วมดูแลบ้านเรือนของตนเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งหลบซ่อนของยุง เก็บขยะ เพื่อกำจัดภาชนะต่างๆ ที่อาจมีน้ำขังได้ และหากพบอาการป่วย มีไข้ต่อเนื่อง 3 วัน ต้องรีบไปพบแพทย์ในทันที