กรณีชายคนร้ายใส่วิกผม สวมแว่นตาและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ทำการจี้อุกอาจชิงทองรูปพรรณน้ำหนัก 215 บาท มูลค่าราว 4 ล้านบาท ออกไปจากร้านทองออโรร่า ชั้น 1 ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ก่อนชิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ใกล้กับบริเวณห้าง เมื่อเวลาประมาณ 15.40น. วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 10.35น. วันที่ 8 มีนาคม ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ร่วมกับ พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ และ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าทางคดีไปมากแม้ว่ารายละเอียดทางตัวบุคคลของคนร้ายจะยังไม่แน่ชัด เนื่องจากมีการปิดบังลักษณะที่แท้จริงของตัวเอง ส่วนเส้นทางการหลบหนีนั้นยังอยู่ในรายละเอียดของชุดสืบสวนที่กำลังเร่งติดตามตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม จากที่มีรายงานข่าวเมื่อวานนี้ระบุว่า คนร้ายว่าจ้างรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อไปส่งยังจุดหมายนั้น ตำรวจได้เรียกตัวพยานผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาสอบปากคำแล้ว ซึ่งเจ้าตัวอาจเข้าใจผิดไปเอง ฉะนั้น วินจักรยานยนต์รับจ้างจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เชื่อว่าคนร้ายยังคงหลบหนีอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยต่อจากนี้ ทางชุดสืบสวนจะทำการตรวจสอบแผนประทุษกรรมว่า เคยมีผู้ก่อเหตุในลักษณะปิดบังอำพรางตัวตนเช่นเดียวกันนี้มาก่อนหรือไม่
จากนั้น รอง ผบ.ตร.ร่วมกับคณะ เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยได้สอบถามกับ น.ส.จุฑารัตน์ สายเท้าเอี้ยน อายุ 32 ปี พนักงานร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุ เล่าว่า เห็นคนร้ายมีลักษณะผิดสังเกตเดินดูลาดเลา 2-3 ครั้ง เป็นเวลาร่วมชั่วโมง ก่อนจะเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเรียบเฉย โดยสังเกตเห็นว่ามีการแต่งหน้า สวมวิกผม แว่นตาและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า นอกจากนี้ยังสวมชุดคล้ายกับยกทรง ก่อนจะวางถุงพลาสติกพร้อมนำอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่โดยไม่ขอดูทอง และบอกให้ส่งทองมาใส่ถุงใบนี้ ไม่งั้นจะวางระเบิดร้าน โดยคนร้ายเลือกทองขนาด 2 ถึง 3 บาทเท่านั้น ก่อนจะออกจากร้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที



