ผู้ถูกคุมประพฤติใส่กำไลอีเอ็ม ลักลอบล่ากบทูด ศาลพิพากษารอการลงโทษ 2 ปี

9.03.19 | 15:53 น.

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยถึงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) มาใช้กับผู้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ได้รับรายงานการใช้อุปกรณ์ EM กับผู้กระทำผิดที่มีพฤติการณ์ล่ากบทูด หรือกบภูเขา ภายในเขตป่าคลองหมวย อุทยานแห่งชาติเขาสก จากสำนักงานคุมประพฤติ จ.สุราษฎร์ธานี โดยศาลมีคำสั่งสืบเสาะและพินิจผู้กระทำผิดในฐานความผิดมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร นำเครื่องมือล่าสัตว์หรืออาวุธเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ล่า หรือกระทำโดยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าคุ้มครอง และมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (กบทูด หรือกบภูเขา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

นายประสาร เผยอีกว่า พนักงานคุมประพฤติจึงเสนอให้กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยใช้อุปกรณ์ EM คอยติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังพฤติกรรมผู้กระทำผิดรายดังกล่าว ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาให้รอการลงโทษ 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง และห้ามจำเลยเข้าไปในบริเวณป่าคลองหมวย เขตอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยใช้อุปกรณ์ EM เพื่อเป็นการควบคุมและป้องปรามมิให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ และเป็นส่วนช่วยในการอนุรักษ์สัตว์ป่าคุ้มครองอย่างกบทูด ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 อีกด้วย

“กรมคุมประพฤติดำเนินการใช้อุปกรณ์ EM ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 มีผู้ติดอุปกรณ์ EM จำนวนทั้งสิ้น 495 ราย แบ่งเป็นเพศชาย จำนวน 467 ราย เพศหญิง จำนวน 28 ราย ถอดอุปกรณ์แล้ว 335 ราย และอยู่ในระหว่างการติดอุปกรณ์ จำนวน 160 ราย”นายประสาร กล่าว