‘ชีพ จุลมนต์’ ถกความสัมพันธ์ ปธ.ศาลฎีการัสเซีย เปิดชมห้องพิจารณาคดีนักการเมืองใหม่

11.03.19 | 17:50 น.
“เวียเชสลาฟ เลเบเดฟ “ปธ.ศาลฎีการัสเซียเข้าพบ”ชีพ จุลมนต์”ปธ.ศาลฎีกา เยี่ยมชมอาคารศาลฎีกาใหม่ ถกความสัมพันธ์พี่น้องทางการศาลเเน่นเเฟ้นนำเทคโนโลยีศาลดิจิทัลเเบบเดียวกับรัสเซียเปิดชมห้องพิจารณาคดีนักการเมืองใหม่
 
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค.ที่อาคารที่ทำการศาลฎีกาหลังใหม่ สนามหลวง นายเวียเชสลาฟ เลเบเดฟ (H.E. Mr. Vyacheslav Lebedev) ประธานศาลฎีกาแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและคณะ พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา โดยมีผู้บริหารศาลยุติธรรมร่วมให้การต้อนรับ
 
นายชีพ ประธานศาลฎีกาได้กล่าวต้อนรับว่า ตนรู้สึกดีใจต่อการมาเยือนศาลยุติธรรมไทยอีกครั้งที่อาคารศาลฎีกาหลังใหม่ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคมนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน ท่านประธานเลเบเดฟเปรียบเสมือนพี่ชายและเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
 
ประธานศาลฎีกายังได้กล่าวถึงการเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดีตั้งแต่มารับตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค. 60 โดยการพิจารณาพิพากษาชั้นฎีกาใช้เวลา 1 ปี อุทธรณ์ 6 เดือน รวมถึงนโยบายผลักดันให้ที่ศาลยุติธรรมก้าวสู่การเป็นศาลดิจิทัลในปี 2563 หรือ D-Court 2020 โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งในการบริหารจัดการในศาลและงานบริการประชาชนเพื่อความรวดเร็วและ ลดค่าใช้จ่าย เช่น ระบบรายงานผลส่งสำเนาคำฟ้องหรือเอกสารโดยระบบ GPS การยื่นคำฟ้องและชำระค่าธรรมเนียมทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing และ e-Payment) ระบบประกาศอิเล็กทรอนิกส์ (e-Notice) ระบบฐานข้อมูลหมายจับ หมายขัง ประวัติอาชญากรรม การห้ามออกนอกประเทศ การประสานงานกับกรมราชทัณฑ์ และการใช้อุปกรณ์ EM ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเป็นไปในแนวทางเดียวกับประเทศรัสเซียที่ทำมานาน คือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการยุติธรรม ทั้งในส่วนบริหาร เช่น การประชุมผ่านระบบ conference ต่างๆ เพื่อการประชุมผู้พิพากษา 35,000 คน และรวมเจ้าหน้าที่เกือบหนึ่งแสนคนทั่วประเทศ การสืบพยาน และการสื่อสารระหว่างทนายความที่อยู่ห่างไกล ประเทศรัสเซีย มีการใช้ EM กับการประกันตัว การห้ามออกนอกเขต House arrest เช่นกัน ในส่วนยื่นฟ้องอิเล็กทรอนิกส์ รัสเซียได้มีการนำระบบมาใช้เช่นกัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานถึงหนึ่งล้านกว่าคนแล้ว
 
นายชีพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ศาลยุติธรรมจะพยายามพัฒนาระบบการอำนวยความยุติธรรมตามประเทศรัสเซียที่มีความก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการอำนวยความยุติธรรม
 
นายเลเบเดฟ ได้กล่าวถึงการบริหารจัดการคดีในศาลของสหพันธรัฐรัสเซียที่มี การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศาลอุทธรณ์พิเศษขึ้น ซึ่งสรรหาผู้ที่มาดำรงตำแหน่งประธานได้แล้วสองท่าน คือ นายอเล็กเซย์ ชิชกิ้น (Mr.Alexay Shishkin) ประธานศาลสูงเขต 4 และ นายอเล็กซานเดอร์ เยฟานอฟ (Mr.Alexander Efanov) ประธานศาลสูงเขต 6 ที่ได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ด้วย โดยยังเหลือการสรรหาผู้มาทำหน้าที่ผู้พิพากษาและมีกำหนดเปิดทำการ 1 ต.ค. 62 และจะต้องมีการหาอาคารสถานที่เช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นจังหวะดี ที่ได้มาเยี่ยมชมอาคารศาลฎีกาหลังใหม่
 
จากนั้น ประธานศาลฎีกาแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและคณะได้เยี่ยมชมห้องพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ณ อาคารศาลฎีกาหลังใหม่ โดยมีนายโสฬส สุวรรณเนตร ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา และคณะผู้พิพากษาจากแผนกคดีดังกล่าวร่วมให้การต้อนรับพร้อมกับนำคณะเข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของแผนกคดีดังกล่าว ซึ่งมีหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น การพิจารณาคดีลับหลังจำเลยในกรณีที่ไม่สามารถจับกุมจำเลยได้ภายในสามเดือน โดยไม่ตัดสิทธิจำเลยแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี หรือการให้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เป็นต้น นอกจากนี้ ห้องพิจารณาคดีแห่งใหม่มีการนำเทคโนโลยีระบบบันทึกเสียงที่ติดตั้งโปรแกรมถอดข้อความจากเสียง (speech-to-text technology) มาใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน