จากกรณีมีคนร้ายเป็นชายแต่งกายคล้ายหญิงสาว ใส่วิกผม ใช้อาวุธปืนพกสั้นบุกเข้าไปจี้พนักงาน 3 ราย ภายในร้านทองออโรร่า ชั้นที่ 1 ห้างบิ๊กซี สาขาพระราม 4 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ก่อนข่มขู่บังคับให้พนักงานนำทองคำที่อยู่บนแผง น้ำหนักรวมกว่า 215 บาท มูลค่ากว่า 3,181,600 บาท ใส่ในถุงที่เตรียมมา หากไม่ทำตามจะนำระเบิดที่ใส่ในถุงกระดาษที่เตรียมมาระเบิด ก่อนจะมีวิน จยย.อ้างว่าคนร้ายได้ขึ้นรถหลบหนีไป แต่เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายไม่ได้นั่งวิน จยย.รับจ้าง แต่กลับขี่รถ จยย.ที่เตรียมมาหลบหนีไปแทน เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.40 น.วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยความคืบหน้าว่า คนร้ายมีการเปลี่ยนยานพาหนะในการเดินทาง พบว่าคนร้ายขี่รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาตามเส้นทางถนนพระราม 4 ขาออก มุ่งหน้าสุขุมวิท กระทั่งมาถึงแยกกล้วยน้ำไท คนร้ายได้ขับเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 42 แล้วพอขับขี่มาถึงปากซอยฝั่งถนนสุขุมวิทได้เลี้ยวเข้าห้างเกตเวย์ เอกมัย ที่อยู่ปากซอยสุขุมวิท 42 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. ก่อนจะหายไป จากนั้นพบคนร้ายรายนี้ถือถุงพลาสติกเรียกรถแท็กซี่ก่อนนั่งโดยสารไปตามเส้นทางสุขุมวิทฝั่งขาเข้า เมื่อมาถึงปากซอยสุขุมวิท 24 คนร้ายได้ลงจากรถแท็กซี่แล้วเรียกวิน จยย.รับจ้าง เพื่อนั่งโดยสารไปต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อ
พ.ต.อ.นพศิลป์เปิดเผยอีกว่า ได้นำแผนประทุษกรรมเดิมที่คนร้ายเคยก่อเหตุที่ร้านทองออโรร่า ร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ เมื่อเช็กประวัติแล้วพบว่าผู้ก่อเหตุยังอยู่ในเรือนจำอยู่ ส่วนรถ จยย.ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจากการตรวจสอบแล้วพบว่า ในคืนวันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายได้ไปขโมยรถคันดังกล่าวมาจากบ้านของผู้เสียหายย่านซอยอ่อนนุช 17 โดยรถคันดังกล่าวจอดอยู่ด้านในบ้าน ซึ่งคนร้ายได้รื้อตู้เสื้อผ้าและรองเท้าของผู้เสียหาย ใช้เวลาวนเวียนก่อเหตุประมาณ 40 นาที ทั้งนี้ เชื่อว่าเจ้าของรถจักรยานยนต์ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากประชาชนทราบเบาะแสของคนร้ายสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ บก.สส.บช.น. และ สน.ทองหล่อ

