เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดให้มีการแจ้งครอบครองกัญชา ว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นขอครอบครองกัญชาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นในกลุ่มผู้ป่วยมาแจ้งขอครอบครองจำนวน 110 ราย และเป็นกลุ่มที่โทรมาสอบถามผ่านทางสายด่วน 1556 เกี่ยวกับกัญชาประมาณกว่า 4,000 ราย ส่วนในเรื่องของการขออนุญาตการปลูก เบื้องต้นมี 2 แห่ง คือองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) ส่วนมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นในเรื่องของการขอครอบครองกัญชา อย่างไรก็ตาม ยังมีที่ติดต่อมาสอบถาม แต่ยังไม่ยื่นขอในเรื่องของการปลูกกัญชาอีก อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งพื้นที่เชียงใหม่ สงขลา ก็มีคนติดต่อสอบถามเช่นกัน
“ส่วนที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)อีสาน ในการเตรียมพร้อมปลูกกัญชา เพื่อผลิตเป็นสูตรตำรับยาแพทย์แผนไทยนั้น เข้าใจว่ากำลังประสานข้อมูลและจะขออนุญาตมาทางอย.เช่นกัน” นพ.ธเรศ กล่าว
นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการขออนุญาตปลูกกัญชาตามกฎหมายนั้น จะต้องได้รับมาตรฐานการปลูก GAP และต้องเป็นความร่วมมือ อย่างวิสาหกิจชุมชนจะปลูกก็ต้องร่วมกับทางมหาวิทยาลัย ที่มีคณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ หรือคณะที่กฎหมายกำหนด อย่างสภาเกษตรกรแห่งชาติก็เช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อมีการปลูกตามกฎหมายแล้ว ยังต้องมีข้อมูลว่าปลูกแล้ว ผลผลิตที่ได้ออกมาจะส่งไปที่ไหน ร่วมกับภาครัฐใด และจัดส่งปริมาณเท่าไหร่ ให้กับคนไข้กี่ราย เนื่องจากกัญชา ยังต้องถูกควบคุมการใช้อยู่
![x]](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2019/03/x-728x455.jpg)
