“อัยการธนกฤต”เผยข้อกฎหมาย ตำรวจต้องดำเนินคดี ป้าสติไม่สมประกอบตบ’น้องสมายด์’หน้าเเตก หากพิสูจน์เเล้วว่าไม่วิกลจริตถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ยังมีโทษ ศาลอาจลงโทษน้อยกว่าเดิม ชี้ หากวิกลจริตญาติอาจต้องรับผิดอาญาเเพ่งฐานปล่อยปละละเลยไม่ระวังตามสมควรจนไปก่อเหตุ ละเมิดผู้อื่น
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสุงสุด ได้โพสต์ข้อกฎหมายกรณี ที่นางสาวฉัตรพร ฉิมศิริ หรือน้องสมายด์ ชาวตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ถูกป้าที่สติไม่สมประกอบตบที่บริเวณใบหน้าจนเป็นแผลหลายแห่งบริเวณคิ้วขวาและรอบดวงตาด้านขวา และแผลบางแห่งเป็นรอยแตก ขณะนั่งอยู่บนรถสองแถวเข้าไปในตัวเมืองจังหวัดสงขลา และเป็นข่าวโด่งดังตามสื่อต่าง ๆ หลายแห่งนั้น มีคนให้ความเห็นกันในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากว่า กรณีนี้ไม่มีกฎหมายที่จะเอาผิดกับใครได้ มีข้อความว่า
“ผมขอให้ความเห็นทางกฎหมายถึงขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการในกรณีนี้ และความรับผิดตามกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่งว่ามีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างไรบ้าง
ในส่วนแรกจะขอกล่าวถึงความรับผิดทางอาญาก่อนจากนั้นจะกล่าวถึงความรับผิดทางแพ่งต่อไป
1. ความรับผิดทางอาญา
ในกรณีของคุณป้ารายนี้ต้องมาพิจารณาดูก่อนว่า คุณป้าเป็นผู้วิกลจริตหรือไม่ หรือยังสามารถรู้ผิดชอบ หรือสามารถบังคับตนเองได้แค่ไหนเพียงไร ซึ่งหากปรากฏว่าคุณป้าเป็นผู้วิกลจริต มีจิตบกพร่อง ไม่สามารถรู้ผิดชอบ ไม่สามารถบังคับตนเองได้ แม้คุณป้าจะได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นก็ไม่ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ปอ.) มาตรา 65 วรรคหนี่ง
แต่หากปรากฏว่าคุณป้ายังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง คุณป้าก็ต้องรับโทษสำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ ปอ. มาตรา 65 วรรคสองบัญญัติไว้
ในกรณีของคุณป้านี้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรม่วงงามที่เป็นท้องที่เกิดเหตุที่น้องสมายด์ผู้เสียหายแจ้งความไว้ จะต้องดำเนินการส่งตัวคุณป้าซึ่งเป็นผู้ต้องหาไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยว่าคุณป้าเป็นผู้วิกลจริตหรือสามารถรู้ผิดชอบได้ แค่ไหน เพียงใด ซึ่งเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 วรรคหนึ่ง
ซึ่งหากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณป้าซึ่งเป็นผู้ต้องหาไม่ได้เป็นผู้วิกลจริต ยังสามารถรู้ผิดชอบได้บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินคดีกับคุณป้าตามกฎหมาย ซึ่งศาลอาจจะลงโทษคุณป้าน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำลงไปเพียงใดก็ได้ ตาม ปอ. มาตรา 65 วรรคสอง ดังที่กล่าวไป
แต่ถ้าหากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณป้าเป็นผู้วิกลจริต พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้งดการสอบสวนไว้จนกว่าคุณป้าจะหายวิกลจริต และให้มีอำนาจส่งตัวคุณป้าไปรักษายังโรงพยาบาลโรคจิตได้ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 วรรคสอง บัญญัติไว้
สำหรับญาติที่เป็นผู้ดูแลคุณป้าซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตนั้นอาจจะมีความรับผิดทางอาญา ตามปอ. มาตรา 373 ฐานปล่อยปละละเลยให้คุณป้าซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตออกเที่ยวไปโดยลำพัง โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งก็ต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่าคุณป้าเป็นบุคคลวิกลจริต และคุณป้าไม่ใช่คนเร่ร่อน แต่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยมีญาติเป็นผู้ดูแลคุณป้าไม่ว่าจะเป็นปกติหรือชั่วคราว แต่ญาติปล่อยปละละเลยไม่ดูแลคุณป้าให้ดี ปล่อยให้เดินทางเที่ยวเตร่ไปในที่ต่าง ๆ ตามลำพัง ญาติที่เป็นผู้ดูแลคุณป้าจึงจะมีความผิดตาม ปอ. มาตรา 373 นี้
2. ความรับผิดทางแพ่ง
ในส่วนความรับผิดทางแพ่งของคุณป้า และญาติของคุณป้า หากปรากฏว่าคุณป้าเป็นบุคคลวิกลจริตแล้ว คุณป้าและญาติจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งหรือไม่อย่างไรนั้น ในเรื่องนี้แม้คุณป้าจะเป็นบุคคลวิกลจริตก็ไม่พ้นความรับผิดตามกฎหมายในการที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งจากการที่ไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น หากน้องสมายด์ผู้เสียหายประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหาย ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) มาตรา 429 กำหนดให้บุคคลที่ไร้ความสามารถเพราะเป็นบุคคลวิกลจริตยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนไทยมีความเห็นอกเห็นใจผู้ที่เดือดร้อนประสบความยากลำบาก คงไม่น่าจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับคุณป้าในเรื่องนี้ แต่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้อนุบาลและญาติของคุณป้าได้ตามกฎหมายดังที่จะกล่าวต่อไป
การเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้อนุบาลคุณป้า
หากศาลมีคำสั่งให้คุณป้าซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถตาม ปพพ.มาตรา 28 และจากนั้นศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งญาติของคุณป้าให้เป็นผู้อนุบาลคุณป้าด้วยตาม ปพพ. มาตรา 28 และบทบัญญัติในบรรพ 5 ของ ปพพ. ถ้าน้องสมายด์ผู้เสียหายประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้อนุบาลคุณป้า ผู้อนุบาลของคุณป้าก็อาจต้องรับผิดทางแพ่งร่วมกับคุณป้าในการชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดให้กับน้องสมายด์ที่ได้รับความเสียหายด้วยตาม ปพพ. มาตรา 429 เว้นแต่ผู้อนุบาลคุณป้าจะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ในการดูแลคุณป้าซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตแล้ว
ซึ่งตามที่ปรากฏในข่าว เข้าใจว่าศาลยังไม่ได้สั่งให้คุณป้าเป็นคนไร้ความสามารถ ฉะนั้น จึงยังไม่น่าจะมีผู้อนุบาลของคุณป้า และจึงไม่น่าจะมีกรณีที่ญาติที่เป็นผู้อนุบาลคุณป้าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งในเรื่องนี้
การเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากญาติที่ดูแลคุณป้า
หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าคุณป้ามีญาติดูแล ไม่ว่าจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว ญาติที่ดูแลคุณป้าอาจต้องรับผิดร่วมกับคุณป้าในการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่น้องสมายด์ผู้เสียหาย จากการที่คุณป้ากระทำละเมิดให้น้องสมายด์ได้รับความเสียหายในระหว่างที่คุณป้าอยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าญาติที่ดูแลคุณป้าไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการดูแลคุณป้า ทั้งนี้เป็นไปตาม ตาม ปพพ. มาตรา 430”

