ป้าติ๋ว’แจ้งความคนร้ายอ้างตัวเป็นแฟน’ก้อง-อรรฆรัตน์’เจ้าของรายการดังช่องวาไรตี้ เรี่ยไรทำบุญหลักหมื่นบาท พบพิรุธ
เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 13 มีนาคม ที่ สน.คันนายาว น.ส.ไพรัช อ่อนคำ หรือป้าติ๋ว อายุ 63 ปี พร้อม นายนุกูล นุกูลกิจ ทนายความ ร่วมกับ นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือ ก้อง เจ้าของรายการของช่องทีวีวาไรตี้ชื่อดัง (อายุน้อยร้อยล้าน เวิร์คพ้อยท์ทีวี) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีที่มีบุคคลแอบอ้างเป็นทีมงานรายการ ที่ลูกสาวของ น.ส.ไพรัช เคยได้ไปร่วมออกรายการ หลังถูกหลอกให้โอนเงินร่วมทำบุญเป็นเงินหลักหมื่นบาท ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
โดย น.ส.ไพรัช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม มีผู้ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 063-425-****โทรเข้าหาตนเอง อ้างว่าชื่อจอยเป็นโปรดิวเซอร์ผู้ผลิตรายการดังกล่าว ชักชวนให้ช่วยทำบุญบริจาคผ้าห่ม รองเท้าและสิ่งของให้แก่ชาวเขา ซึ่งส่วนตัวก็เป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว จึงได้ตอบกลับไปว่า จะซื้อของเองและนำไปให้ แต่คนร้ายอ้างว่า ทางรายการได้จัดเตรียมไว้หมดแล้ว จึงขอให้โอนเงินมาแทน ตนเองจึงโอนเงินไปจำนวน 10,000 บาท ไปยังหมายเลขบัญชี 010625**** ของธนาคารแห่งหนึ่ง ก่อนจะมีการส่งภาพเสื้อผ้าสิ่งของที่จะซื้อ และรูปของเด็กชาวเขา ทางไลน์เพื่อยืนยัน แต่ต่อมาเช้าวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวได้โทรมาขอเงินทำบุญอีก 5,000 บาท เพื่อลุ้นรับสิทธิ์จับฉลากรับรางวัลเงิน 100,000 บาท ร่วมกับร้านค้าที่เคยมาร่วมรายการอื่นๆ ตนจึงมองว่าผิดสังเกต ก่อนโทรศัพท์ไปสอบถามยังทางรายการและทราบว่า ทางรายการไม่มีนโยบายให้พนักงานไปขอเรี่ยไรทำบุญแต่อย่างใด
น.ส.ไพรัชกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ อ้างว่าติดต่อมาจากรายการต่างๆ ชักชวนให้โอนเงินทำบุญ ซึ่งตนก็ได้ร่วมบริจาคไปรวมเป็นเงินหลายแสนบาทแล้ว จึงคาดว่า บุคคลดังกล่าวอาจกระทำเพียงคนเดียว หรือ เป็นขบวนการด้วย ทั้งนี้ ตนขอให้ยุติการกระทำ เพราะเราเองก็ต้องทำมาหากิน หากพบตัวก็จะดำเนินคดีอย่างแน่นอน
ด้าน นายอรรฆรัตน์ เจ้าของรายการ กล่าวว่า คนร้ายได้แอบอ้างตัวว่าเป็นภรรยาตน ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ผู้ผลิตรายการ เพื่อนำเงินไปทำบุญซื้อของบริจาคกับชาวบ้านที่ อ.แม่สอด จ.เชียงราย ซึ่งไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า ได้มีการตั้งเพจเฟซบุ๊กของรายการปลอม ซึ่งแอบอ้างเป็นเอเจนซี่มาขอเรี่ยไรเงินผู้สนใจที่อยากมาร่วมกับรายการ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทางรายการไม่มีนโยบายการเรี่ยไรเงินเพื่อร่วมทำบุญในนามของรายการเป็นเด็ดขาด ฝากเตือนว่า หากมีผู้ใดแขกรับเชิญกว่า 300 คน ได้พบเจอเหตุลักษณะดังกล่าว ขออย่าหลงเชื่อ
นายอรรฆรัตน์ กล่าวต่อ ส่วนเหตุที่รายการตนได้ถูกนำไปแอบอ้างนั้น คงเป็นเพราะมีแขกรับเชิญเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ จึงอาจตกเป็นเป้าได้ง่าย สำหรับการแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้าย เนื่องจากถูกแอบอ้างในนามรายการ และในนามส่วนตัว ในขณะนี้ จะขอปรึกษากับทีมงานฝ่ายกฎหมายก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เบื้องต้น พ.ต.อ.สิงห์ ได้รับแจ้งความในฐานความผิดฉ้อโกง พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมีผู้ก่อเหตุลักษณะนี้เยอะมาก จึงขอประชาชนตรวจสอบความชัดเจนก่อน เพราะคนไทยเป็นคนจิตใจดี ขอให้สอบถามไปยังทีมงานผู้จัดอีกครั้ง ส่วนการติดตามคนร้าย จะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมออกหมายเรียกตัวเจ้าของบัญชีดังกล่าวมาสอบถามต่อไป

