ปอท.รวบสาวโคราชวัย 18 เจ้าของเพจ ‘เจ๊ออยนอกระบบ’ ริตั้งตัวปล่อยเงินกู้

13.03.19 | 15:52 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท ในฐานะโฆษก ปอท. พร้อม พ.ต.ต.พงษ์ธร โปนกแก้ว สว.กก.2 บก.ปอท.


ร่วมแถลงการจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เจ้าของเพจ “เจ๊ออยนอกระบบ” ที่หลอกลวงเหยื่อนับสิบรายให้กู้ยืมเงินนอกระบบเร่งด่วน โดยมีเงื่อนไขมัดจำเงินก่อน 10% ก่อนจะตัดช่องทางการติดต่อ รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

พ.ต.ต.พงษ์ธรกล่าวว่า ผู้เสียหายที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน ได้พบเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงติดต่อไปเพื่อขอกู้ยืมเงินโดยไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ทางคนร้ายกำหนดเงื่อนไขว่า จะขอหน้าบัตรประชาชน สมุดบัญชี และมัดจำเงินจำนวน 10% เช่น กู้ 1 หมื่นบาท จะต้องมัดจำ 1 พันบาท ก่อนจะให้โอนเงินมัดจำผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ทดแทนเงินสดด้วยการสมัครลงทะเบียนกับเครือข่าย กระทั่งตำรวจสืบทราบพบว่าเงินทั้งหมดเข้าไปยังบัญชีธนาคารพาณิชย์ เลขที่ 050-8-19***-* โดยมีชื่อผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบัญชี ต่อมาตรวจสอบพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา กว่าหลักล้านบาท จึงทำการขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ก่อนตามรวบตัวได้ที่บ้านพักใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบของกลางซิมโทรศัพท์กว่า 30 เบอร์ โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคารอีกหลายรายการ

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุโดยการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มักจะคิดว่า ตำรวจจะไม่สามารถติดตามตัวได้นั้น ขอยืนยันว่ายังมีร่องรอยให้ตามตัวได้ในที่สุด และฝากเตือนไปยังประชาชน หากเดือดร้อนทางการเงิน ขอให้ตรวจสอบกับผู้ให้กู้ก่อน เพราะคนร้ายมักจะอ้างเหตุผลสารพัด พร้อมยั่วยุให้รีบโอนมาโดยเร็ว จนที่สุดก็จะตกเป็นผู้เสียหาย นอกจากนี้ คนร้ายยังจะขอหน้าบัตรประชาชน รวมถึงสมุดบัญชี และข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำไปก่อเหตุอาชญากรรมอื่นๆ ได้อีก แนะนำว่า ให้วิดีโอคอลพูดคุย หรือพบเจอตัวจริงเพื่อป้องกันการก่อเหตุดังกล่าว

Advertisement

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา น.ส.เอในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” และ “นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบฯ” ตาม มาตรา14(1) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุเพียงลำพัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนขยายผล ก่อนส่งเรื่องไปยังท้องที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป