เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการยา พิจารณาเรื่องตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ จะต้องไม่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์ 0%
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ผสม ในส่วนของยาสามัญประจำบ้าน สามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งที่ผ่านมามักพบการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือผิดประเภท โดยนำมาดื่มเป็นเครื่องดื่มมึนเมา ซึ่งเรื่องนี้มีการเตรียมการมาเป็นปีแล้ว โดยวันนี้คณะกรรมการยามีมติใน 2 เรื่อง คือ 1.จัดทำประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อกำหนดให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณในรูปแบบยาน้ำชนิดรับประทานต้องไม่มีแอลกอฮอล์ในยา หรือแอลกอฮอล์ 0% และ 2.จัดทำประกาศฯ เกี่ยวกับฉลากยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ เพราะใช้แอลกอฮอล์ในการสกัด เป็นวัตถุกันเสีย เป็นน้ำกระสายช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น และเป็นตัวทำละลายยาตัวอื่น ซึ่งที่ผ่านมา ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณกำหนดให้มีแอลกอฮอลืผสมได้ไม่เกินร้อยละ 5 ส่วนใหญ่ยาสามัญประจำบ้านที่มีแอลกอฮอล์ผสม มักจะเป็นยาแก้ปวดเมื่อย ยาบำรุงร่างกาย เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาพบการนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น กรณีพระหรือคนขับรถนำมาดื่มเพื่อให้เกิดความมึนเมา จึงมีการยกระดับโดยปรับให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณต้องไม่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้น หากผู้ประกอบการที่ผลิตยาแผนโบราณหากจะขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็ต้องปรับปรุงสูตรให้ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่หากจะคงสุตเดิมโดยมีแอลกอฮอล์ก็จะต้องปรับมาขายในร้านขายยาที่ดูแลโดยเภสัชกรเท่านั้น
นพ.สุรโชค กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้จัดทำฉลากยาแผนโบราณ ที่จะต้องมีการจัดทำคำเตือน โดยให้ใช้ตัวอักษรเส้นทึบ โดยต้องระบุว่า ยาสูตรนี้มีแอลกอฮอล์ผสมกี่เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ตัวอักษรขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร ส่วนข้อควรระวัง เช่น ผู้ที่แพ้แอลกอฮอล์ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็กต่ำกว่า 12 ปี และ กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรคตับ โรคลมชัก ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง ต้องใช้ตัวอักษรให้มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งข้อความทั้งหมดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมสีของกรอบและข้อความต้องตัดกับสีพื้นของฉลาก นอกจากนี้ ยังต้องทำฉลากยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณให้ต่างจากยาแผนโบราณด้วย เพื่อให้สามารถแยกกันได้ชัดเจน ทั้งนี้ อย.จะมีการสุ่มตรวจยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ผสมด้วย ว่า มีแอลกอฮอล์ผสมตามที่แจ้งจริงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องปรับยาสามัญประจำบ้านที่เป้นยาแผนปัจจุบันให้ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยหรือไม่ นพ.สุรโชค กล่าวว่า ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันที่มีแอลกอฮอล์ผสมมีอยู่บ้างบางสูตร และมีไม่มากเหมือนยาแผนโบราณ ก็กำลังดูข้อมูลอยู่ว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันที่มีแอลกอฮอล์ผสมจะมีกลิ่นและรสเป็นยาชัดเจน จึงไม่ค่อยพบปัญหา
เมื่อถามว่า การดื่มยาแผนโบราณที่มีแอลกอฮอล์ผสมจำนวนมากก่อให้เกิดผลต่อร่างกายอย่างไร นพ.สุรโชค กล่าวว่า เนื่องจากเดิมกำหนดให้แอลกอฮอล์ไม่เกิน 5% ดังนั้น ก็จะเหมือนเบียร์ ซึ่งบางทีแอลกอฮอล์ก็อยู่ประมาณไม่เกินนี้ การดื่มรับประทานเข้าไปก็ออกฤทธิ์เหมือนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้เมาได้ ส่วนสรรพคุณยาของแต่ละสูตร เมื่อรับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้เช่นกัน

