‘มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ’ อีกมุมแพทย์แผนไทย กับภูมิปัญญาใกล้ตัว

14.03.19 | 13:42 น.

ผ่านพ้นไปกับ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 6-10 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยปีนี้มากับธีม “สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย” ซึ่งปีนี้ยังเปิดบริการตรวจรักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก อาทิ โรคไมเกรน อัมพฤกษ์ อัมพาต จับโปงเข่า (ข้อเข่าเสื่อม) ฝังเข็ม การครอบแก้ว เป็นต้น

โดยภายในงานยังมอบรางวัลให้แก่หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ.2562 คือ พ่อหมอเสริฐ ขาวอรุณ จ.ชุมพร รางวัลพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกประจำปี และรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติ Prime Minister Herbal Award (PMHA) ประจำปี 2562

สำหรับมหกรรมสมุนไพรฯ มีบูธจากหน่วยงานด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ทั้งของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก องค์การเภสัชกรรม (อภ.) รวมไปถึงโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ที่พลาดไม่ได้คือ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ซึ่งปีนี้มาในธีม “ชวนคนไทยดูแลไต อย่างองค์รวม”

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรกล่าวว่า จากข้อมูลที่ผ่านมาพบคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังร้อยละ 17.6 ของประชากร หรือประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2 แสนคน ป่วยเพิ่มปีละกว่า 7,800 ราย ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนไตทำได้เพียงปีละ 500 ราย จึงเน้นการชะลอความเสื่อมของไต เพื่อทำให้เข้าสู่ระยะที่ต้องล้างไตช้าลง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงนำองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพไตแบบองค์รวมมานำเสนอ เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันก่อนรักษา เพราะไตเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่มีหน้าที่ในการกำจัดของเสีย หากไม่สามารถทำหน้าที่ได้จะทำให้เกิดของเสียคั่งค้างในร่างกาย และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายและการดูแลของญาติรอบข้าง

Advertisement

“ในเรื่องการดูแลรักษาโรคไต สิ่งสำคัญต้องใช้ยาแผนปัจจุบันก่อน เราไม่ได้ให้หยุดยา ส่วนเรื่องแพทย์แผนไทยนั้น เราจะต้องเน้นการปลอดสารพิษ ห่างจากพวกแคดเมียม ยิ่งแคดเมียมอันตรายต่อไตมาก เราต้องรณรงค์ในเรื่องออร์แกนิค ซึ่งแคดเมียมพบมากในสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเราต้องรับประทานอาหารที่ต้านการอักเสบเป็นหลัก อย่างสมุนไพรต้านการอักเสบก็มีขมิ้นชัน รวมทั้งการดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ เป็นการบำรุงไต เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังพบข้อมูลจากประชาชนที่พึ่งพาตนเอง คือใบกล้วยป่า โดยมีแม่เฒ่าวัย 70 กว่าปี มีภาวะล้างไตอยู่ นำใบกล้วยป่ามาต้มกิน ซึ่งเมื่อไปตรวจหาสารในกล้วยป่าพบว่ามีสารโพลีฟีนอลที่ต้านอนุมูลอิสระ และมีการติดตามค่าไตก็พบว่าดีขึ้นจริงๆ” ภญ.สุภาภรณ์กล่าว

ส่วนที่มีผู้เป็นห่วงว่าการรับประทานพืชสมุนไพรมากๆ จะส่งผลต่อไตหรือไม่ ภญ.สุภาภรณ์ตอบว่า สิ่งสำคัญต้องไม่เลิกกินยาแผนปัจจุบัน จริงๆ ทุกอย่างกินมาก็มีผลข้างเคียงได้ ดังนั้น ต้องกินแบบพอประมาณ และต้องอย่าทิ้งยา ทิ้งการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยอย่างไรเสียต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เป็นสำคัญ

ในงานยังมีอภัยภูเบศรเดย์สปา มาไว้ในงานเพื่อให้บริการนวดบำรุงสูตรลับเฉพาะเคล็ดลับหน้าใส พร้อมจำหน่ายผงขัดสมุนไพรหลากหลายชนิดตามสภาพผิวและธาตุเจ้าเรือน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของบูธอภัยภูเบศรคือการเปิดตัวลูกประคบสมุนไพรลดเซลลูไลท์ภายใต้แบรนด์อภัยภูเบศรเดย์สปา ก็นำมาจำหน่ายในงานนี้เป็นครั้งแรกด้วย

น.ส.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า เซลลูไลท์ หรือผิวเปลือกส้ม เป็นปัญหาที่เกิดจากไขมันที่มีการสะสมใต้ผิวหนังทำให้เกิดผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน ก่อให้เกิดความกังวลและมักเกิดขึ้นในกลุ่มสตรี คณะผู้วิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พัฒนาสูตรตำรับลูกประคบที่มีส่วนผสมของพริกไทย กาแฟ และขิง ที่มีสารสำคัญช่วยลดเซลลูไลท์ หรือผิวเปลือกส้มด้วยกลไกสลายไขมัน และกระตุ้นการเพิ่มการเผาผลาญไขมันใต้ชั้นผิว เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และช่วยบำรุงผิวให้เรียบเนียนขึ้น โดยพัฒนาวิธีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และประเมินประสิทธิภาพในการใช้ลดเซลลูไลท์ของลูกประคบที่พัฒนาขึ้นในอาสาสมัคร

คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของลูกประคบในอาสาสมัครหญิงที่มีผิวเซลลูไลท์ จำนวน 21 คน โดยเปรียบเทียบระหว่างลูกประคบที่พัฒนาขึ้นกับลูกประคบหลอกที่ไม่มีตัวยาสมุนไพร โดยอาสาสมัครได้รับการประคบด้วยลูกประคบที่พัฒนาที่ต้นขาด้านหนึ่ง และได้รับการประคบด้วยลูกประคบหลอกที่บริเวณต้นขาอีกด้านหนึ่ง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 2 เดือน พบว่าภายในเวลา 2 สัปดาห์ ต้นขาที่ได้รับลูกประคบที่พัฒนาขึ้น มีเส้นรอบวงความหนาของชั้นไขมันและระดับความรุนแรงของเซลลูไลท์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับต้นขาข้างที่ได้รับลูกประคบหลอก นับเป็นการใช้ภูมิปัญญาลูกประคบผสานกับการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ช่วยต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสมุนไพรและภูมิปัญญาไทยได้

อีกงานสมุนไพรที่น่าสนใจ พบกันใหม่ปีหน้า