เมื่อวันที่ 14 มีนาคม แพทยสภา แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย จัดเสวนา “นโยบายพรรคการเมืองกับความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากรในวิชาชีพสุขภาพเพื่อผู้ป่วย” ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีตัวแทนมาจาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ คณะกรรมการจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พล.ท.อนุมนตรี วัฒนศิริ ตัวแทนพรรคชาติพัฒนา อดีตผู้อำนวยการโรงงานเภสัชกรรมทหาร นพ.เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การลดภาระงานขึ้นกับพฤติกรรมของประชาชนและผู้ป่วย สิ่งแแรกที่ดำเนินการคือ ลดการเจ็บป่วย เอาใจใส่ด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ใส่ใจในงานสมัชชาสุขภาพ ในประเด็นนโยบายสาธารณะเพื่อลดการเจ็บป่วย เช่น ลดอุบัติเหตุ ความปลอดภัยจากสารพิษทางการเกษตร เป็นต้น เรื่องต่อมาคือ ต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดบริการทางการแพทย์ เช่น ระบบคิว การจ่ายยา การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นต้น เพื่อลดภาระของแพทย์ นอกจากนี้ จะยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้ อสม. บุคลากรสาธารณสุข เข้าไปดูแลคนไข้ติดบ้านติดเตียง และรณรงค์พฤติกรรมที่ถูกต้องในการไปพบแพทย์
นพ.สุรวิทย์ กล่าวว่า เพื่อไทยจะส่งเสริมให้ 1.คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ วุฒิปัญญา และสังคม เน้นการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเป็นหลัก เพื่อให้เจ็บป่วยน้อยลง ภาระงานบุคลากรก็จะน้อยลงด้วย ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.จำนวนบุคลากรต้องเพียงพอและกระจายตัว มีอัตรากำลังที่เหมาะสมกับงาน 3.นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยตรวจวินิจฉัย จัดคิว
พล.ท.อนุมนตรี กล่าวว่า มีนโยบายป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพให้ประชาชนไม่เจ็บป่วย ส่งเสริมการออกกำลังกาย เช่น มินิสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มินิฟิตเนสเซ็นเตอร์ ในทุกหมู่บ้าน ส่งเสริมให้ รพ.สต.เป็นด่านแรกที่สามารถจัดการกับความเจ็บป่วยได้ โดยให้มีกำลังคน เครื่องมือต่างๆ เพียงพอที่จะให้บริการรักษา
ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า สมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ.ก็อาศัยรับฟังไอเดียจากผู้บริหาร ข้าราชการประจำ และมีหน้าที่จัดหางบประมาณ โดยพบว่าใช้วิธีนี้ทำงานประสบความสำเร็จ เช่น ปัญหาแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ต้องบอกว่าจะทำอย่างไร ต้องการอะไร ก็จะพยายามผลักดันงบประมาณให้ได้ในคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากแพทย์และผู้ป่วยไม่สมดุลกัน ปัญหาทุกวันนี้เพราะระบบที่มีอยู่ทำให้เกิดแรงกดดันกับหมอ บุคลากร เพราะเอาทุกอย่างไปที่โรงพยาบาล จึงต้องมีการกระจายตัวบุคลากร เช่น ที่ผ่านมามีการสร้างนักบริบาลชุมชน ยกระดับ อสม. ทำเรื่องหมอถึงบ้านพยาบาลถึงเรือน 6,500 ทีม ทำคลินิกหมอครอบครัว นอกจากนี้ ต้องเพิ่มงบประมาณ และคุณภาพโรงพยาบาล โดยปฏิรูประบบ 3 กองทุนสุขภาพให้สอดรับกัน
นพ.เรวัต กล่าวว่า สัดส่วนแพทย์ต่อผู้ป่วย และพยาบาลต่อผู้ป่วยยังไม่สมดุล การแก้ปัญหาวิธีที่ดีที่สุด คือ ต้องไม่ป่วยเลย มีการส่งเสริมสุขภาพที่ดี ออกกำลังกาย ควบคุมป้องกันโรค และที่จะต้องทำดีที่สุดคือ ใช้เทคโนโลยีเอไอ เช่น นัดผู้ป่วยติดตามการรักษา ฯลฯ เพื่อลดภาระงานพยาบาล

