สาวฟ้องสถานพยาบาลชื่อดัง ศัลยกรรมทำพิษ ชีวิตเปลี่ยน ทรมานข้ามปี เพราะเชื่อโฆษณา-ดารา

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.กนกวรรณ แสงอรุณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสถานพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านทาวน์อินทาวน์ พร้อมพวกทีมผู้บริหาร เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343 ประกอบมาตรา 83,90และ 91

บรรยายฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเดือน ส.ค. 60 – ส.ค. 61 จำเลยทั้ง 4 ได้กระทำผิดต่อกฎหมายอาญาโดยหลอกลวงโจทก์และประชาชนทั่วไป โดยลงโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ของสถานพยาบาลมีข้อความว่าหากมาศัลยกรรมที่สถานพยาบาลของพวกจำเลยจะไม่มีรอยแผลเป็น และเกิดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดเล็กน้อย จึงทำให้ตนหลงเชื่อเข้ารับบริการผ่าตัดดึงหน้าที่สถานพยาบาลดังกล่าว แต่หลังผ่าตัดกลับมีรอยแผลเป็น อาการบวมจนใบหน้าโจทก์เสียโฉม ไม่เหมือนกับที่โฆษณาหลอกลวงและทำให้โจทก์ทุพพลภาพ เจ็บป่วยทุกขเวทนาเป็นเดือนปี อาการบวมก็ไม่หาย ซึ่งบริเวณที่เกิดรอยแผลเป็นทำให้ผมไม่งอกบริเวณดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังเกิดอาการชาไร้ความรู้สึกบริเวณใบหน้า รวมถึงผลข้างเคียงอื่นๆ จวบจนวันฟ้องก็ยังไม่หายแต่อย่างใด และจำเลยทั้งสี่ยังปกปิดไม่แจ้งแก่โจทก์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์และจำเลยหลงเชื่อ โจทก์เสียค่าผ่าตัดรวม 368,000 บาท ซึ่งหลังผ่าตัดศัลยกรรมโจทก์ได้รับความเสียหาย คดีนี้โจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ประสงค์ดำเนินคดีกับจำเลยด้วยตัวเอง ขอให้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเพื่อพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวน 368,000 บาท

โดยศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 742/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลหรือไม่ วันที่ 13 พ.ค. 62 เวลา 13.30 น.

ด้านน.ส.กนกวรรณ กล่าวว่า เรื่องเกิดจากเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ตนเคยฉีดซิลิโคนบนใบหน้า ต่อมาตนได้เห็นคลิปโฆษณาของสถานพยาบาลดังกล่าวว่าสามารถแก้ไขซิลิโคนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงได้ดูข่าวของนักร้องชื่อดังรายหนึ่งที่มาศัลยกรรมแล้วใบหน้าดูเด็กขึ้น จึงติดต่อมาศัลยกรรม ผลจาก การศัลยกรรมทำให้ใบหน้าบวม มีผังผืด และยังมีอาการแสบร้อนบนใบหน้า อาการเสียว ชา ที่ปลายประสาท และมีอาการตามัว ปากเบี้ยว ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น กว่า 10 ครั้ง วันนี้ตนจึงมาฟ้องร้อง สถานพยาบาลดังกล่าวเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘รองโฆษกปชป.’ แจงเหตุการณ์ชูป้ายที่บางแค เป็นเรื่องส่วนตัวเครือญาติอดีตส.ส.
บทความถัดไปนายกฯกีวีชี้ฝีมือ “ก่อการร้าย” โจมตี 2 มัสยิดใน “ไครสต์เชิร์ช” ดับเหยื่ออย่างน้อย 49 ศพ