กรณีโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวของครูพละในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน ได้กระทำอนาจาร ข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงหลายราย พร้อมแอบอัดวิดีโอข่มขู่หากมีการแจ้งผู้ปกครองด้วยนั้น
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่ สน.บางกอกน้อย พ.ต.อ.มนัส รุ่งนาค ผกก.สน.บางกอกน้อย กล่าวว่า จากการสอบถาม ร.ต.อ.ทวีสิน ศรีสุริยชัย รอง สว. (สอบสวน) สน.บางกอกน้อย ได้รับข้อมูลว่า กรณีดังกล่าว มีทั้งหมด 2 คดี โดยคดีแรก เป็นคดีครูจีนที่ก่อเหตุข่มขืนเด็กนักเรียนชั้น ม.2 หลายครั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2561 ก่อนผู้ปกครองจะทราบภายหลังและพาบุตรสาวเข้าแจ้งความซึ่งจากการสอบปากคำ ด.ญ.เอ ทั้งหมด 3 ครั้ง พบว่า ใน 2 ครั้งแรก ด.ญ.เอ มีสภาพจิตใจไม่พร้อม ร้องไห้ตลอดเวลา และครั้งที่ 3 ได้ทำการสอบปากคำที่โรงพยาบาลศิริราช จึงทราบว่า ด.ญ.เอถูกครูจีนกระทำชำเราจริง นอกจากนี้ ยังทราบว่า ครูจีนเองมีความสนิทสนมกับทางครอบครัวของนักเรียนมาก โดยทางครูจีนได้มาเข้ารับการสอบสวนในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.เอ จริง เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อหา “พรากเด็กไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา” ก่อนเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
พ.ต.อ.มนัสกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกคดีเป็นเรื่องที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง คือ ครูพละรายหนึ่งได้ก่อเหตุกระทำชำเราเด็กนักเรียนหญิง ม.1 ที่ถูกฉุดไปข่มขืนภายในรถเบนซ์ โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน ม.1 รายดังกล่าวได้แจ้งไปยังโรงเรียน ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยเรียกเด็กนักเรียน ม.1 และครูพละมาสอบถาม โดยทั้งคู่ให้การว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง ต่อมาวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ทางครูพละได้เข้าพบ พ.ต.อ.มนัส พร้อมด้วยครูอีก 4-5 ราย ที่มาเป็นพยาน ยืนยันว่าครูพละรายนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด
พ.ต.อ.มนัสกล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำทราบว่า บุคคลที่ปล่อยข่าวดังกล่าวนั้น เป็นครูที่สอนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งสนิทสนมกันมากว่า 25 ปี แต่ภายหลังเกิดความขัดแย้งกันในเรื่องการค้ำประกันรถยนต์ จึงทำให้ครูพละเป็นหนี้ธนาคารมีการทะเลาะกลั่นแกล้ง สร้างเรื่องราวดังกล่าวขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายครูพละ โดยโพสต์เรื่องราวดังกล่าวบนเฟซบุ๊ก ซึ่งใช้รูปภาพของครูพละที่ถ่ายไว้กับภรรยาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งครูพละรายนี้ได้ส่งรูปให้กับครูคู่อริ จึงคาดว่าบุคคลที่จะปล่อยรูปนี้ได้ต้องเป็นคนใกล้ตัว ขณะที่ในการสืบสวนขณะนี้ ทราบชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งครูพละได้ยอมรับว่า มีการส่งเรื่องข้อความพูดคุยกับนักเรียน ม.1 จริง แต่ไม่ได้คุยเชิงชู้สาวแต่อย่างใด จึงยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดแก่ครูพละ โดยเมื่อในวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ทางครูพละได้แจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวแล้ว
พ.ต.อ.มนัสกล่าวต่อว่า ครูในคดีทั้ง 2 นี้ ต่างเป็นครูในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งชาวเน็ตเข้าใจผิดว่าครูจีนเป็นครูพละ เนื่องจากครูจีนชอบออกกำลังกาย จึงทำให้หลายคนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นครูคนเดียวกัน
ด้าน นายธนารัชต์ สมคเณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 1 กรุงเทพมหานคร (สพม.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ ได้มีการสั่งย้ายครูพละ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปประจำที่ สพม.แล้ว จนกว่าจะมีการสอบสวนแล้วเสร็จ เพราะเกรงว่าหากปล่อยไป ผู้ต้องสงสัยจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและตัวเด็กที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการ คาดว่าภายใน 7 วันจะทราบผลข้อเท็จจริงทั้งหมด เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบทั้งหมด 5 คน ที่มีทั้งครูในโรงเรียนและคนนอก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
นายธนารัชต์กล่าวต่อว่า ส่วนด้านการสอบปากคำนักเรียนที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายนั้น ยังไม่ได้มีการเรียกนักเรียนมาสอบปากคำ เนื่องจากต้องรอประสานกับทาง สพฐ. และสหวิชาชีพก่อน เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จะต้องใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเจรจาและพูดคุยกับนักเรียน เนื่องจากหวั่นว่าจะกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก ส่วนผู้ปกครองยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวที่ถ่ายภาพกับครูพละไม่ใช่ลูกของตน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่าเป็นใคร หากผลการสอบพบว่าครูพละรายนี้ได้กระทำอนาจารเด็กจริงโทษสูงสุดคือไล่ออก

