เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ประกาศรายชื่อตามที่คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ เเละมีการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการตุลาการศาลปกครอง(ก.ศป.)ไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา นายปิยะ ประธานศาลปกครองจึงออกประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็น ก.ศป.ดังนี้
ก.ศป.ประเภทตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ได้แก่ 1.นายชาญชัย แสวงศักดิ์2.นายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์3.นายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา4.นายประสิทธิศักดิ์ มีลาภ5.นายประวิตร บุญเทียม6.นายสมชาย เอมโอช
ก.ศป.ประเภทตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นได้เเก่
1.นายเกียรติภูมิ แสงศศิธร2.นายจำกัด ชุมพลวงศ์3.นายชัยนะ อักษรพันธ์ 4.
นายเทอดพงศ์ คงจันทร์
ก.ศป.ผู้ทรงคุณวุฒิ(บุคคลภายนอก) ได้แก่
1.นายกู้เกียรติ สุนทรปุระ อดีต ก.ศป. (ที่ ครม.เคยเลือกมาตามกฎหมายเก่า และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม)
2.นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
สำหรับโครงสร้าง ก.ศป. มีจำนวนทั้งสิ้น 13 คน ประกอบด้วย 1.ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน ก.ศป. โดยตำแหน่ง , ก.ศป. ผู้ทรงคุณวุฒิ ชั้นตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่คัดเลือกโดยตุลาการศาลปกครองสูงสุดจำนวน 6 คน , ก.ศป.ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ที่คัดเลือกโดยศาลปกครองชั้นต้นเอง จำนวน 4 คน เเละก.ศป.สัดส่วนบุคคลภายนอก จำนวน 2 คน ซึ่งเดิมให้ ส.ว. เป็นผู้คัดเลือก แต่ภายหลังมีการแก้ไขให้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก โดยให้ตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ลงคะแนนเลือก
โดย ก.ศป. ดังกล่าว ให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยอาจได้รับเลือกใหม่ได้อีกแต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ ซึ่ง ก.ศป.มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคนหนึ่ง เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด แล้วเสนอชื่อต่อนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นชอบต่อวุฒิสภา ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับการเสนอชื่อ ,การแต่งตั้งและเลื่อนตุลาการในศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครองชั้นต้นด้วย รวมทั้งการมีมติลงโทษตุลาการศาลปกครองกรณีทุจริตต่อหน้าที่ และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดในวินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง และการมีมติให้ตุลาการศาลปกครองผู้ใดออกจากกราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ได้ใน กรณีที่ตุลาการนั้นปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมควรตามที่กำหนดใน วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครอง หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ราชการได้โดยสม่ำเสมอแต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ หรือได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

