คดีพระบุกรุกป่าช้าบ้านดอนหันสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม รอกำหนดโทษ 2 ปี เหตุ ทำความดีให้ชาวบ้าน-ชุมชน

19.03.19 | 13:32 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 4 ชั้น 2 ศาลจังหวัดชุมแพ ถนนมะลิวัลย์ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดชุมแพได้อ่านคำพิพากษาคดีสืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับพระอาจารย์ชัยชนะ ภูริญาโณ เจ้าอาวาส สำนักปฏิบัติธรรมบ้านดอนหันโนนหินแห่ ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ในข้อหา 1.ทำเมรุเผาศพ 2.สร้างศาลาพักศพ 3.จัดสร้างห้องน้ำ และ 4.ทำเล้าไก่ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ ซึ่งโจทก์ประกอบด้วย นายประจวบ รักแพทย์ นายอำเภอหนองเรือ, นายกฤษฏิ์ หาญวงษ์ษา นายกเทศบาลตำบลโนนสะอาด และนายสมัย พั้วทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนหัน หมู่ 9 โดยมีนายสมบูรณ์ จินดาวิชชุ ทนายความ และชาวบ้านกว่า 2,000 คน ให้กำลังใจ

จากการที่ทางพนักงานอัยการจังหวัดชุมแพเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลชุมแพ คดีหมายเลขดำที่ 1625/2561 ในข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณะด้วยการเข้าไปตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเจรจากับฝ่ายโจทก์ที่เข้าแจ้งความให้เอาผิดกับพระชัยชนะ ภูริญาโณ หรือนายชัยชนะ ศรีเมืองแก่น ลงวันที่ 3 เดือนธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นจำเลย ฐานความผิดบุกรุก เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ ได้สอบแล้ว

โดยเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2557 วันและเวลาใดไม่ปรากฏชัด จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยได้บังอาจบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้างป่าเบญจพรรณในที่ดินและแปลงตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ 46506 ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดอนหัน หมู่ 9 ตำบลโนนสะอาด อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น อันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองหรือประชาชนใช้ร่วมกันและเป็นที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในความดูแลของเทศบาลตำบลโนนสะอาด โดยจำเลยได้ยึดถือครอบครองปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างจำนวนหลายรายการ เช่น อาคารชนิดถาวรขึ้นเป็นศาลาการเปรียญ โรงครัว ห้องน้ำ ลานพระประธาน โรงทาน และอาคารปฏิบัติธรรม ศาลากุฏิสงฆ์และโรงเลี้ยงไก่ ในที่ดินดังกล่าว คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โดยจำเลยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อีกทั้งนายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลที่ดินแปลงดังกล่าว

นายสมบูรณ์ จินดาวิชชุ ทนายความฝ่ายจำเลย กล่าวว่า ทางศาลจังหวัดชุมแพได้นัดฟังคำพิพากษาศาลทั้งของโจทก์และจำเลย ในวันที่ 19 มีนาคม สืบเนื่องจากนัดที่แล้วเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ทางพระอาจารย์ชัยชนะได้ให้การเป็นรับสารภาพไปแล้ว ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ทำให้ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ เวลา 10.00 น. ส่วนผลการตัดสินจะออกมาเป็นยังไงก็ต้องรับผลพิจารณาพินิจของศาล

“ผู้พิพากษาได้มีคำพิพากษาว่า เนื่องจากพระอาจารย์ชัยชนะทำคุณงามความดีให้กับชาวบ้าน และเสียสละเพื่อชุมชน เพื่อประชาชนทั่วไป ทั้งบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยร้ายแรงต่างๆ พร้อมทั้งพัฒนาวัดแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มาเข้าปฏิบัติธรรม ดังนั้น จากการสร้างคุณงามความดีของอาจารย์ ท่านผู้พิพากษาเลยโปรดมีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี หมายถึง ภายใน 2 ปีนี้ห้ามกระทำความผิดอาญาใดๆ เพราะหากในวันข้างหน้า หากมีการกระทำความผิดอาญาใดๆ ก็จะยกคดีนี้ขึ้นมาเพื่อมาพิพากษาลงโทษอีกที แล้วก็ไม่มีคำพิพากษาให้ปรับลดโทษปรับ ลงท้ายคำพิพากษาว่า ให้รื้อถอนทรัพย์สินขนย้ายออกในวันไหนนั้น ซึ่งท่านผู้พิพากษาท่านไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเมื่อไหร่อะไรยังไง ให้เป็นตามคำพิพากษาศาล”

Advertisement

พระอาจารย์ชัยชนะกล่าวว่า การมาศาลจังหวัดชุมแพในวันนี้เพื่อมารับฟังคำพิพากษาในคดีบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งศาลท่านได้อ่านคำพิพากษาให้รอกำหนดโทษเป็นเวลา 2 ปี ในระหว่างนี้ห้ามกระทำความผิดในคดีใดๆ อีก พระอาจารย์คิดว่าพระอาจารย์ได้ทำหน้าที่แทนพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศ ในการสร้างความดีช่วยเหลือสังคม เพราะจะเป็นแนวทางที่ได้ช่วยเป็นเกราะกำบังให้พ้นจากภัยพิบัติทั่งปวง ด้วยศาลท่านเห็นว่าคดีนี้เกี่ยวพันทางจิตใจของญาติธรรม และชื่อเสียงของศาสนาพุทธที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ศาลจึงนัดตัดสินคดีในวันนี้ เพื่อจะให้จบลงโดยเร็ว เพราะยังมีคดีที่สำคัญๆ อยู่ในศาลอีกมาก

นางสำเนียง เมืองซ้าย อายุ 54 ปี อาชีพค้าขาย อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่มาในวันนี้มาเพื่อให้กำลังใจพระอาจารย์ชัยชนะ โดยตนมาเป็นครั้งที่ 2 วันนี้รู้สึกดีใจมากที่คำพิพากษาว่าท่านพระอาจารย์ชัยชนะไม่ผิด เพราะตนนั้นเลื่อมใสในตัวพระชัยชนะ ซึ่งเป็นพระที่มีจริยวัตรอันดีงาม น่าเคารพเลื่อมใส เพราะนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ที่ท่านได้เข้ามานั่งวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นบนพื้นที่ป่าช้าบ้านดอนหันแห่งนี้ ได้มีการพัฒนาถนนหนทาง น้ำ-ไฟฟ้า และสาธารณูปโภค สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านทุกครัวเรือน ดังนั้น รู้สึกดีใจที่ท่านไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุก เพราะท่านเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชุมชนเป็นอย่างมาก