อย.เปิดตัว ‘ฉลากทางเลือกสุขภาพ’ พร้อมหารือมาตรการ ‘ภาษีเครื่องดื่ม’ 24 พ.ค.

19.05.16 | 14:11 น.
นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่โรงแรมริชมอนด์ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวภายหลังเปิดการประชุมหารือแนวทางและแผนการประชาสัมพันธ์สัญลักษณ์โภชนาการ (Healthier Logo) ซึ่งจัดทำโดย อย. ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการฯ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศฯ (ฉบับที่ 373) พ.ศ. 2559 เรื่องการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการบนฉลากอาหาร เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ข้อมูลโภชนาการในรูปแบบสัญลักษณ์โภชนาการ (Healthier Logo) เป็นโลโก้ที่ระบุว่า “ทางเลือกสุขภาพ” ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหาร เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการป้องกันปัญหาภาวะโภชนาการเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรคเอ็นซีดี (Non-communicable diseases, NCDs) โดยโลโก้ดังกล่าวจะแตกต่างจากตรา อย. ซึ่งเป็นกฎหมายบังคับ แต่โลโก้นี้ เป็นเรื่องของความสมัครใจ ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการว่ามีความตระหนักในเรื่องสุขภาพของผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน

นพ.บุญชัย กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์เงื่อนไขขอฉลากนั้น จะมุ่งเน้นลดหวาน มัน เค็ม เพื่อไม่ให้เกิดโรคเอ็นซีดี โดยจะมีปริมาณตามที่หลักโภชนาการแนะนำ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการสนใจในการยื่นขอโลโก้และผ่านการรับรองจนได้ฉลากโลโก้ดังกล่าวแล้วจำนวน 10 บริษัท 30 ผลิตภัณฑ์  ประกอบด้วยกลุ่มอาหารที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว 3 กลุ่ม ดังนี้ อาหารมื้อหลัก, เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำผักและน้ำผลไม้ น้ำอัดลม และน้ำหวานกลิ่นรสต่างๆ น้ำนม ถั่วเหลือง น้ำธัญพืช และเครื่องปรุงรส ได้แก่ น้ำปลา และซีอิ๊ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำฉลากโลโก้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการจำนวนน้อยที่สนใจเข้ามายื่นฉลาก ดังนั้น หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ อย. หรือที่ทางมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการ สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล สิ่งสำคัญคือ เมื่อมีโลโก้นี้ จะทำให้สะดวกในการเลือกซื้อมากขึ้น เพราะไม่ต้องมาพิจารณาฉลากโภชนาการ และมาคำนวณเองว่า อาหารชนิดนี้มีไขมัน น้ำตาล หรือโซเดียมมากน้อยแค่ไหน

ศ.วิสิฐ จะวะสิต ที่ปรึกษาสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขในการรับรองฉลากโลโก้ “ทางเลือกสุขภาพ” จะพิจารณาเรื่องของการลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันเป็นหลัก โดยแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับแต่ละผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่าง นมต้องไม่มีน้ำตาล แต่หากมีน้ำตาลผสมต้องไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร หรือเครื่องปรุงรส อาทิ น้ำปลา ซีอิ๊ว ต้องมีโซเดียมลดลงร้อยละ 30 ขณะที่ไขมันแล้วแต่ผลิตภัณฑ์เช่นกัน แต่หากเป็นเครื่องดื่มประเภทนม จะต้องมีไขมันผสมไม่เกินร้อยละ 3.5

ผู้สื่อข่าวถามถึงการขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล นพ.บุญชัย กล่าวว่า หากเครื่องดื่มใส่น้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ก็ไม่ต้องเสียภาษี แต่หากใส่เกินจากนี้ก็จะเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด ซึ่ง อย.สนับสนุนมาตรการขึ้นภาษีนี้ เพราะเป็นแนวทางหนึ่งในการลดบริโภคน้ำตาล แต่ต้องทำควบคู่กับมาตรการอื่นและให้ความรู้ประชาชน  โดยวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ กรมสรรพสามิตจะมาหารือร่วมกับ อย.เรื่องคำนิยามของเครื่องดื่ม ทั้งแบบคั้นสด บรรจุขวด ชา และกาแฟ ว่าควรใช้คำนิยามอย่างไร เนื่องจากหมวดเครื่องดื่มมีความกว้างมาก ทั้งนี้ หากผ่านพ้นเรื่องการพิจารณาภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่ม ก็เตรียมที่จะหารือเพื่อคุมการชิงโชคของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่างๆ ทั้งชาเขียวและกาแฟที่มาการโหมโฆษณา โดยมูลค่าของรางวัลที่ได้ไม่ควรเกิน 100 เท่าของสินค้า

กลุ่มผลิตภัณฑ์ติดฉลาก "ทางเลือกสุขภาพ"
กลุ่มผลิตภัณฑ์ติดฉลาก “ทางเลือกสุขภาพ”

 

Advertisement

222-3